581215_พ่อครูเทศน์หน้าศพพ่อฟื้น คชสารทอง.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์1.20 MB
วันที่แก้ไข1 ตุลาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

581215_เทศน์หน้าศพพ่อฟื้น คชสารทอง โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ วันนี้วันที่ 15 ธันวาคม 2558 พ่อครูเทศน์หน้าศพพ่อฟื้น คชสารทอง ที่บ้านราชฯ พ่อครูอ่านคำกลอนก่อนเทศนา…

ความตายเป็นคุณธรรมอันล้ำค่า ที่พระเจ้าให้มาเป็นของขวัญ เสมอสมัยใหม่เอี่ยมเท่าเทียมกัน จนกว่าคนเรานั้นจะนิพพาน ความตายมิใช่ของต้องโศกเศร้า แค่คืนร่างกายเก่าสู่สถาน ถ้าไม่ตายคนก็ทรมาน หอบสังขารเรื่อยเปื่อยกันเรื่อยไป ความตายจึงเป็นของต้องสร้างสรร เป็นธรรมอันให้สิทธิ์ชีวิตใหม่ ญาติพี่น้องอยู่หลังต้องตั้งใจ อนุโมทนาให้กับคนตาย

พ่อครูว่า… ไม้ร่มธรรมชาติอโศกได้เขียนอนุโมทนา เพราะว่าลูกชายเขา คุณพลังจิต คชสารทอง บอกว่าวันนี้วันดี ที่จริงคนเราต้องเวียนว่ายตายเกิด จนกว่าจะนิพพาน แม้นิพพานแล้วเป็นอรหันต์ อรหันต์จะตัดสันตติของจิตไม่ให้เดินทางต่อได้ ทำได้เด็ดขาดคืออรหันต์ ทำได้ตอนเป็นๆ อรหันต์เป็นอมตบุคคล จะไม่ตายอยู่นานเท่าไหร่เกิดวนเวียนตามวิบากไปได้กี่ชาติก็ได้ อย่างพระอวโลกิเตศวรท่านบอกว่าไม่ปรินิพพานง่ายๆจนกว่าทุกคนจะเป็นอรหันต์หมด คนเราเกิดตายตายเกิดไม่ใช่เรื่องน่าเศร้าเป็นเรื่องวนเวียน อย่างสัตว์เดรัจฉานตายแล้วไม่เศร้านอกจากเจ็บป่วยก็จะเศร้า แต่พี่น้องของมันก็ทุกข์ คนเรายึดมากก็ทุกข์กว่าสัตว์ สัตว์นั้นมีความเป็นของเราของเขาน้อยกว่า ถ้าเราศึกษาสัจธรรมรู้จะมีชีวิตเป็นประโยขน์คุณค่า ไม่เป็นภัยเป็นโทษต่อตนต่อผู้อื่นได้ เป็นความรู้ของพระพุทธเจ้า ชาวอโศกมีชีวิตที่กำไร คือเราขาดทุนไปก็กำไรไปเรื่อยๆ ยิ่งใจเราสนิทขาดทุนอย่างเต็มใจไม่มีสัดส่วนมาลดค่าเลย เราก็เรียนรู้ทำจิตเราไม่ให้ลดค่าเศษส่วนที่ไม่สมบูรณ์ได้มากน้อยแค่ไหน เราเรียนรู้อ่านอาการจิตได้แค่ไหนละเอียดถึงไม่มีอาการ พลังงานชีวิตินทรีย์เลย ไม่มีพลัง

อ่านต่อ

งานลบหรือบวกที่เราเห็นว่าเราต้องทำแล้วทำได้ตามที่ต้องการ เป็นวิชาการยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ได้ยิ่งกว่าคนรู้ทางฟิสิกส์ที่วิเศษที่ได้อาศัยกัน แต่พลังงานจิตได้อาศัยอย่างไม่ทุกข์และโลกได้อาศัยพลังงานเราที่ไม่โลภ ไม่เอาเปรียบ เราสร้างสรรเสียสละ แล้วเราไม่เอามากมักน้อยสันโดษ เป็นคุณสมบัติมนุษย์ประเสริฐ เป็นโรงเรียนที่มนุษย์ควรมาฝึกฝน แต่กิเลสไม่ยอม บางคนรู้แต่มาไม่ได้ ต้องฝืนฝึกในขณะมีอาการ 32 ครบ เป็นสุรภาโว สติมันโต ทั้งภายนอกภายใน คุมกายวาจาใจสมบูรณ์แบบ นี่คือองคาพยพของร่างกายที่มีกายยาววาหนาคืบกว้างศอกพร้อมสัญญาและใจ ผู้ใดเข้าใจแล้วก็พยายามพากเพียรรวมหมู่กลุ่มให้ได้ หมู่กลุ่มจะพาพัฒนาได้ อยู่กับโลกยิ่งถูกดึงลงหานรก คนเดียวก็ยาก เพราะพลังงานโลกดึงดูดก็ยากที่จะทนทานฝืนแต่ถ้าอยู่กับหมู่กลุ่มจะได้ดีกว่า ที่จริงโยมฟื้นนั้นโยมธูปก็ให้มาอยู่ที่วัด แต่ก็เกรงใจก็เลยมาอยู่ข้างวัด ตอนนี้โยมฟื้นเสียไปแล้ว แล้วโยมธูปจะมาหรือไม่นะ ลูกชายก็จะมาไหม ลูกสาวก็แล้วแต่ ลูกชายสองคนนี้โสดก็ไม่รู้ว่าสนิทหรือเปล่าก็แล้วแต่ตัวใครตัวมัน ไม่มีใครบังคับได้ ถ้ามาได้ก็ดี ไม่ต้องห่วงที่อยู่หรอก เรือมีอีกตั้งกี่ลำที่ไม่มีใครดูแล ซ่อมได้มาพักได้ คนเข้าใจแล้วก็ไม่มีปัญญหา ใจไม่ได้โลภอะไร เปลี่ยนได้ อย่างเจ็กเอี๋ยว(ลึกๆ) อยู่ไปมีกะลากับตะเกียบคู่หนึ่ง แต่ก่อนอยู่หลังโน้น พอไม้ร่มจะมาอยู่ก็มาอยู่หลังนี้(เมรุสุดชีวิต)ก็เป็นตัวอย่างให้โลกที่เขามีแต่การยึดถือ เราถูก คนอื่นผิด เราดี คนอื่นชั่ว ก็มีการยึดสัญญา เรามาอยู่กับหมู่ก็ลดกิเลสของตนไป เราไม่ถือก็เป็นอะไรก็ได้ มีอะไรบกพร่องก็ช่วยเหลือกัน พึ่งแก่เจ็บตายกันได้ นี่คือทฤษฎีเอกของพระพุทธเจ้าที่ตอนนี้เลือนไปมาก อาตมาเป็นลูกคนหนึ่งของพระพุทธเจ้า เป็นโพธิสัตว์มารื้อฟื้นได้แค่นี้ เพราะยาก แต่ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้ว....วันนี้ก็ได้สำทับคนที่ควรสำทับ ใครได้แง่คิดสำนึกได้ก็ดีอนุโมทนา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน