590518_เทศน์ก่อนฉันศีรษะอโศก มงคล ๓๘ ที่เป็นศิลปะโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
590518 เทศน์ก่อนฉันศีรษะอโศก มงคล 38 ที่เป็นศิลปะโลกุตระ
พ่อครูว่า...วันนี้วันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2559 ที่บวรราชธานีอโศกก็โคจรมาที่หัวของอโศกคือศีรษะอโศกตามกิจวัตรวันนี้ก็ตั้งใจจะทบทวนขยายเพชรพุธที่เป็นศิลปะโลกุตระก่อนจะขยายความก็ให้ฟังบทกวีที่ได้แต่งไว้ก่อน เพชรพุทธที่เป็นศิลปะโลกุตระ (1) “ศิลปะ”คำที่เพ้อ พร่ำนัก มันอะไรใครรู้จัก ชัดบ้าง ใช้กันสุดคึกคัก เต็มโลก เพื่อรสเพื่อประโยชน์อ้าง ต่างซ้องโลกันต์ (2) “วิมาน”ฝันเท็จแท้ คือใด อากาศธาตุแต่ไฉน ไป่แจ้ง หลง“บุญ”นั่นอะไร กันแน่ “บุญ-วิมาน”ลมแล้ง ต่างย้ำเวียนวน (3) “คน”ไทยใช้พจน์นี้ มานาน หลงผิด“บุญ-วิมาน” คลั่งเพ้อ เชื่อเป็นสิ่งสำราญ สุขสนุก อารมณ์แฮ แท้แค่คำเพ้อเจ้อ สิ่งนั้นอุปาทาน (4) ก็“วิมาน”นั่นแล้ ลอยลม หลงว่า“มี”แล้วจม เสพซ้อน หลงเป็น“สุข”โง่งม ความเปล่า นั้นแล เพชรพุทธฉุดกลับย้อน ส่องให้เห็นธรรม (5) เป็นวรรณกรรมฉุดให้ ได้คิด นี้แหละ“ศิลป์”วิศิษฏ์ วิเศษแท้ พุทธคือเพชรส่องผิด ให้ถูก สว่างเลย “ทำจิตในจิต”(มนสิกโรติ)แก้ กลับให้ตรงธรรม (6) ศิลป์รู้สัมประสิทธิ์นั้น ทุกเม็ด “ศิลปะ”ใช้ศาสตร์เผด็จ ศึกได้ ศิลป์ขจัดทุจริตเบ็ด- เสร็จสุด สิ้นเฮย นี้แหละ“ศิลป์”ที่ให้ ประโยชน์แท้เป็นธรรม (7) ศิลป์นำประโยชน์ชี้ โลกุตระ พุทธสั่งสอนสัจจะ แจ่มแจ้ง “โลกุตระ”ขจัดขยะ คือกิเลส ศิลป์บ่ใช่เล่ห์แสร้ง หลอกให้คนหลง
“สไมย์ จำปาแพง” 9 พ.ค. 2559 [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 311 ประจำเดือนมิถุนายน 2559]
พระพุทธเจ้าตรัสในมงคล 38 ไว้ ข้อ1-7 พอข้อที่ 8 ท่านก็ยืนยันว่า ศิลปะคือมงคลอันอุดม ศิลปะไม่ได้แค่มีฝีมือ แต่ต้องประกอบด้วยการเผยแพร่ความรู้นั้นให้แก่ผู้อื่นด้วย จึงจะครบ ตั้งแต่ข้อ 1
อ่านต่อ
ไม่คบคนพาล อเสวนาจะพาลานังที่เป็นมงคลอันอุดมเป็นศิลปะข้อที่ 1 ตั้งแต่ต้องรู้จักว่าคนนี้ถ้ามีความรู้ปฏิภาณดีรู้ว่าคนไหนเป็นคนชั่วเป็นคนพาลก็ไม่ต้องไปคบหาสัมพันธ์กันไม่ต้องร่วมประโยชน์เพราะว่ามันต่างประโยชน์กันคนชั่วก็ต้องการประโยชน์ชนิดหนึ่งคนดีก็ต้องการประโยชน์อีกชนิดหนึ่งประโยชน์ของคนชั่วก็เป็นประโยชน์ที่โค้งไปให้แก่ตัวเองไม่มากก็น้อยส่วนคนดีนั้นมีประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นอย่างซื่อตรงโดยที่ไม่ให้แก่ตัวเองอย่างสูงสุดเลยให้เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์สุดยอดเป็นเช่นนั้นก็รู้ประเด็นหลักของความเป็นคนจุดแรกคือความชั่วจุดที่สองคือคนดีคบบัณฑิต บัณฑิตตานัญจเสวนา แล้วมารู้ผู้ควรเคารพยกย่อง ปูชาจปูชนียานัง ต้องรู้ว่าใครคือผู้เป็นบัณฑิต แต่ถ้าไม่มีความรู้ไปลองคบคนพาลว่าเป็นบัณฑิตอย่างอาตมาเคยไปคบกับคุณทักษิณก็เป็นความผิดพลาดดังนั้นศิลปะจึงเป็นความสำคัญอย่างมากกว่าต้องบูชาคนที่ควรบูชาต้องแม่นต้องชัดแล้วก็มาอยู่ในที่อันสมควรอยู่ ปฏิรูปเทสวาโส จ คนเราต้องมีสถานที่ต้องมีแหล่งมีองค์ประกอบของดินน้ำไฟลมพืชพรรณธัญญาหารที่เป็นสิ่งแวดล้อมที่เราจะต้องใช้ต้องอาศัยจะต้องสร้างสรรค์จะอยู่ลอยๆ โดดๆ ไม่อาศัยดินน้ำไฟลมไม่ต้องอาศัยพืชพันธุ์ธัญญาหารหรือสัตว์หรือมนุษย์ไม่ได้ต้องสัมพันธ์กันหมด มงคล ข้อ 5 มีการทำบุญสะสมไว้ก่อน บุพเพจ กตปุญญตา ความนี้ลึกซึ้งเอาคำว่าบุญมาใช้ คนที่จะชำระกิเลสได้มี dna เป็นแบบพระพุทธเจ้ามีเชื้อของพระพุทธเจ้าเป็นเผ่าพันธุ์แท้แท้ๆ เป็นต้นตระกูลมี dna ที่ไม่เปลี่ยนแปลงซึ่ง dna ของปุถุชนนี้เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ต่อไปเป็น dna ของอาริยชนโดยเฉพาะสูงสุดเป็นอรหันต์ขึ้นไปแล้วไม่มีใครเปลี่ยนแปลงได้มีแต่จะเจริญขึ้นเป็นโพธิสัตว์สูงสุดก็ถึงสัมมาสัมพุทธเจ้าโพธิสัตว์ผู้ใดที่จะได้เชื้อเป็นเชื้อแท้แท้เป็น dna แท้ๆ ของอารยชนของความเป็นพุทธะต้องรู้จักพลังงานที่ละเอียดลึกลงไปเป็นพลังงานต้นรากของจิตนิยาม พีชนิยาม แต่พีชนิยามยังไม่รู้อื่นๆ ที่จะรู้อันไหนทำลายอันไหนกอบก่อ ซึ่งต้องรู้แล้วหลีกเลี่ยงสิ่งทำลายทำแต่สิ่งกอบก่อจึงครบถ้วน จึงเป็นสิทธิเป็นเหมือนพระเจ้าที่ใช้พลังงานน้ำมันได้ตามต้องการคนที่มีคุณสมบัติงานนั้นที่สามารถทำให้ตัวทำลายในจิตไม่มีแล้วมีพลังงานอิสระเสรีสมบูรณ์แบบที่จะสร้างสรรค์กอบก่อก็ได้ ผู้ที่มีพลังงานชนิดนี้เป็นธรรมสามีเป็นผู้รู้เองเห็นเองไม่ต้องรับจากผู้อื่นถือว่าสูงสุดเกินกว่านั้นไม่มีใครรู้เท่าแล้วถือเป็นยอด แล้วก็จะตัดทิ้งไป ยอดใหม่ก็จะขึ้นมาเป็นสัมมาสัมพุทธะองค์ใหม่ขึ้นมาทดแทนไปเรื่อยๆตามลำดับ บุพเพจกตปุญญตา จึงเป็นต้นฐานกึ่งกลางของ 9 อยู่เขตกลางของ 10 มงคล 6 ตั้งตนไว้อย่างถูกต้องอัตตสัมมาปณิธิ หมายถึงว่าต้องสั่งส่งตัวตนให้ได้ขึ้นมาเรื่อยเรื่อยๆ มีสภาวะที่ดีขึ้นมาเรื่อยเรื่อยๆ ให้ได้อย่าให้พลาดพลั้งทุกวินาทีทุกพลังงานรวบรวมก่อตั้งสะสมขึ้นให้ได้จริงๆ ข้อเจ็ดต้องรับฟังใส่ใจศึกษามากจากผู้อื่นแล้วจะมีตัวต่อเนื่องไปตามลำดับเราอยู่ในรอบของ 3 เราก็อย่าเพิ่งไปรับข้อไป 5 แต่ถ้าขั้นที่ 4 แล้วค่อยเชื่อมไปหา 5 มี 5 แล้วค่อยเชื่อมไปหา 6 มี 6 คอยเชื่อมไปหา 7 คนที่มีลักษณะถึง 7 มีพลังงานถึงขั้น 7 เป็นพลังงานที่เรียกว่า นิยตะเป็นพลังงานเที่ยงแท้ของตัวเองไม่มีใครตีแตกได้มีแต่จะเดินหน้าไปสู่ 8 9 ไปหา10 ขั้นที่ 8 ถึงเป็นศิลปะครบรอบอิสระลอยตัวเลยแม้ไม่ต้องสะสมอีกก็เป็นพลังงานในตัวเองที่ดูดดึงเอาอันอื่นมาได้เรื่อยๆ เป็นศิลปะคำศัพท์ของพระพุทธเจ้าว่าแปดคือศิลปะจึงขีดเส้นใต้ที่เลข 8 นี้ จากนั้นเป็นขั้นที่ 9 เป็นวินิโยจสุสิขิโตเป็นขั้น 9 ที่จะเรียงลำดับได้ดี แต่อาตมายังไม่เป็นระเบียบแบบนี้ การเรียงลำดับเป็นระเบียบนี้ก็มีคนเอาไปทำหรอกคนได้เหมือนอย่างธรรมกายเพราะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้คนอื่นชอบคนอื่นยอมรับว่าเป็นสิ่งดีงามแต่ความจริงตนเองมีความซับซ้อนออกไปหลอกลวงคนอื่นอย่างที่ธรรมกายทำแต่อย่างอัฐมายังดูบกพร่องไม่เป็นระเบียบแต่มีความสูงที่มีความจริงแต่ธรรมกายนั้นเป็นความหลอกลวงซับซ้อนดูแล้วเป็นแถวเป็นแนวเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นลักษณะที่มีมากมีใหญ่ครบเขาทำได้เปลือกนอกที่งามมากแต่เนื้อในนั้นเน่าเฟะนี่เป็นความลึกซึ้งซับซ้อนที่คนเข้าใจยากมากคนที่เป็นระเบียบเรียบร้อยดีเกือบงอกให้ระวังจะเป็นอย่างธรรมกายที่จริงนั้นเน่าในมีความทุจริตไม่ซื่อสัตย์เล่ห์เหลี่ยมมหาศาลแถมดื้อดึงอีกมากมายด้วยเห็นได้ชัดที่สุด พอถึงขั้นที่ 10 สุภาสิตาจยาวาจา จัดแสดงออกทางกายวาจาทั้งนอกทั้งในทั้งใจ 9 ตรงกันเป็นหนึ่งเดียว มงคล 1 1 บำรุงบิดามารดา พ่อแม่ ก็จะมีความลงตัว ไม่ได้หมายถึงรูปธรรม แต่หมายเอาธรรมะสอง อิตถีภาวะกับปุริสภาวะช่วยกันทำให้เกิดลูกทางจิตวิญญาณได้ เช่นศีลกับปัญญามีคุณค่าต้องกตัญญู แม้ดินน้ำไฟลมก็มีประโยชน์คุณค่า อย่างน้ำดับดิน น้ำเป็นเพศแม่ ดินเป็นเพศพ่อ ลมเป็นเพศพ่อ ไฟเป็นเพศแม่เป็นต้นต้องเข้าใจแล้วกตัญญู บิดามารดาที่เป็นธรรมะสองนี้ มงคล ข้อ 12 ต้องช่วยเหลือดูแลลูกเราต้องดูแลรับผิดชอบช่วยเหลือไม่เช่นนั้นเราก็ต้องรับผลวิบาก ต้องทำการปุตตสังคโหต้องทำให้โลกนี้ดีๆถ้าไม่ดีปกครองก็เป็นวิบากเราก็ต้องได้รับวิบากนั้น ใครไม่แน่จริงก็อย่าไปมีลูกเดี๋ยวลูกไปทำเสียเป็นวิบากสอนเชื่อมโยงไปหาผู้อื่นมาอีกเป็นภัยต่อใครต่อใครมากขึ้น มงคล ข้อ 13 ช่วยเหลือภรรยาโลกก็อย่างหนึ่งภรรยาก็อย่างหนึ่งที่เป็นคู่ที่จะต้องช่วยเหลือ มงคล ข้อ 14 ทำงานไม่คั่งค้าง จากพลังงานที่จะก่อจะสร้างจะทำ ทำให้สำเร็จอย่าให้คั่งค้าง ชีวิตนี้อาตมาไม่สมบูรณ์มีสิ่งคั่งค้าง แต่ถ้าสำเร็จมากกว่าสิ่งค้างก็ยิ่งสำเร็จมากขึ้นกว่า มงคล ข้อ 15 บำเพ็ญทาน ผู้ใดทำได้ก็จะเป็นผู้ที่เสียสละได้อย่างตรงสูงสุดไม่เป็นองศาที่โค้งกลับมาแม้นิดเดียวก็เริ่มมีองศาแล้วยิ่งโค้งไปมากๆจนกระทั่งเป็น boomerang โครงมาหาตัวเองอีก แบบนี้ไม่ใช่ผู้ที่สละออกยังมีตัวตน มงคล ข้อ 16 ประพฤติธรรม มงคล ข้อ 17 ช่วยเหลือญาติ ก็ต้องทำการช่วยเหลือให้กว้างขึ้น มงคล ข้อ 18 จะรู้จักกรรมการกระทำการกระทำที่ไม่มีโทษ มงคล ข้อ 19 งดเว้นบาป จะเข้าใจบาป หยาบ กลาง ละเอียดทุกกรรมกิริยา อารตีวิรติปาปา แล้วก็จะมีวิธีบอกสู่คนอื่นจึงเป็นศิลปะ ศิลป์เป็นธรรมะสอง ถ้าศาสตร์ก็คือธรรมะเดียว มงคล ข้อ 20 สำรวมจากความเมา เราต้องควบคุมพลังงานเราไม่ให้ถูกความไม่ดีเหนี่ยวรั้งไปลงต่ำ มงคล ข้อ21 ไม่ประมาทในธรรมทั้งหลายสิ่งที่ทรงขึ้นตั้งขึ้นเรียกว่าธรรมะอย่าประมาทเป็นอันขาด ท่านบอกว่าอย่าดูถูกภิกษุที่ยังหนุ่มอย่าดูถูกงูพิษและยังตัวน้อยเป็นต้น มงคล ข้อ22 มีความเคารพ คารโว จ จะรู้จักสิ่งควรเคารพอย่างมีปัญญาแล้วแสดงออกจึงเป็นศิลปะ (อปจายมัย) มงคล ข้อ23 มีความถ่อมตน มงคล ข้อ 24 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=113" มีความสันโดษ มงคลที่ 25 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=114" มีความกตัญญู มงคลที่ 26 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=115" ฟังธรรมตามกาล มงคลที่ 27 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=116" มีความอดทน มงคลที่ 28 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=117" เป็นคนว่าง่าย มงคลที่ 29 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=118" เห็นสมณะ มงคลที่ 30 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=119" สนทนาธรรมตามกาล มงคลที่ 31 เพียรเผาผลาญกิเลส ตโปจ ก็ต้องไม่ย่อท้อต่อการเพียรทำลายกิเลส ไม่ประมาท ไม่ชะลอ หายคนว่าเราได้แค่นี้ก็พอแล้ว ไปอีกมันลำบาก เป็นเมถุนสังโยชน์ข้อ 7 เป็นเทวดาองค์หนึ่งแล้วติดแป้นเสียเวลาไป ไม่ได้เรื่องราว เสียเศรษฐกิจ ไม่ได้เรื่อง ต้องเป็นผู้ไม่ประมาทต้องเพียรเสมอ ทุกเวลาต้องเผาผลาญกิเลสให้เกลี้ยง HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=120" มงคลที่ 32 ประพฤติพรหมจรรย์ คือความสะอาดบริสุทธิ์สมบูรณ์ มงคลที่ 33 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=122" เห็นอริยสัจ คือความจริงอันประเสริฐของชีวิต ตั้งแต่โสดาบันเป็นต้นไป แม้ที่สุดเป็นโลกุตระ 9 ไปตามลำดับ มงคลที่ 34 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=123" ทำพระนิพพานให้แจ้ง นิพพาน สัจฉิกิริยา จ คือไม่มีอะไรหมองเลย เหมือนแก้วไพฑูลย์ใสในมือเห็นหมดทุกอย่างทุกแง่มุม ยิ่งกว่าโป๊เปลือย เห็นกระจะกระจ่าง มงคลที่ 35 จิตไม่หวั่นไหวแม้สัมผัสกับโลกธรรมอยู่ ก็ ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=124" ในโลกนี้มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุขด้วยกามหรืออัตตา เราอยู่กับสิ่งเหล่านี้ จะมาสัมผัสสัมพันธ์กระทบกระแทกกระทุ้งกระทืบเราด้วยเราไม่หวั่นไหว ไม่มีอะไรหักล้างได้เลย มงคลที่ 36 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=125" จิตไม่โศก ก็อโศก คือไม่ใช่โศกแต่ก็โศก มีเล็กน้อยมาก เชิง sadism เล็กๆ มงคลที่ 37 HYPERLINK "http://www.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=126" จิตปราศจากธุลี วิรช คือเชิงเริง เป็น romanticism มงคลที่ 38 จิตเกษม เขมัง บริสุทธิ์บริบูรณ์หมด มงคลต่างๆ 38 ผู้ที่มีปัญญารู้เข้าใจก็เริ่มรู้ศาสตร์ คือความรู้เริ่มรู้แล้วให้ผู้อื่นได้รับรู้ร่วม ปฏิบัติเป็นได้ตามจึงเป็นศิลปะยิ่งขึ้นๆ ในความเป็นศิลปะต้องมีศาสตร์ ขยายผลไป แต่ถ้าศาสตร์ไม่ขยายผลมีหวงแหนก็มีอัตตา แต่ถ้าขยายผลเป็นศิลปะ แพร่มากก็ศิลปะมาก เพราะฉะนั้นศาสตร์ไม่มีศิลป์ได้แต่ศิลปะไม่มีศาสตร์ไม่ได้ ทุกวันนี้หลงศาสตร์หวงแหนศาสตร์กันมันก็เลยไม่เต็มบริบูรณ์ ในแนวลึกทางจิต อาตมาพยายามอธิบายถึง DNA พลังงานระดับ Deoxy Ribo nucleic acid เป็นสภาพคู่ เป็นพลังงานที่ร่วมกันลึกสุด Ribo ร่วมกันอย่างอื่นอีก ในโลกรู้จักธาตุเล็กสุดคือ o หรือ oxygen ผู้ใดแยกส่วน oxygen ได้ พีชนิยามจะไม่รวมตัวเป็นนิวเคลียร์ฟิวชั่นเลย มีแต่ฟิชชั่นกระจายออกไป ตัวมันเองรวมตัวแต่สามเส้าแต่มีพลังงานที่เพิ่มจากสามเส้า เพิ่มอีกระวังให้ดีจะไปรวมตัวกับพลังงานเลว แต่ถ้ารวมพลังงานมากกว่าสาม ผู้ที่เป็นศิลปินจะรู้พลังงานที่เป็นโทษกับไม่เป็นโทษ แล้วแยกแยะทำลายพลังงานเป็นโทษได้ เป็นเทวดาที่ไม่เป็นขิฑฑาปโทสิกะกับมโนปโทสิกเทวดา เป็นผู้สามารถจัดสรรจัดการพลังงานได้ประกอบให้เป็นประโยชน์ได้ ควบคุม DNA ของตนเองได้เข้าใจรายละเอียดของการแยก DNA ได้ ว่าเป็นพลังงานตั้งแต่เล็กละเอียดรวมกันได้ เล็กแค่ไหน ribonucleic ก็สามารถแยกแยะรวมรวมได้ พลังงานเล็กละเอียดคือพลังงานลมกับไฟ ลมกับไฟ รวมตัวกันเป็นหนึ่งเป็นน้ำ แล้วรวมตัว น้ำ กับลมกับไฟ สามเส้ารวมเป็น ปฐวีธาตุ ตัว ป คือรวมตัวกัน ตัว ฐ คือตั้งลงไว้ที่นั้น รวมตัวเป็นองค์ สามเรียกว่า ว หรือวี องค์รวม ลม ไฟ น้ำ จับตัวรวมกันเรียกว่าปฐวี หรือดิน ในภาษาไทย จับตัวกันเป็นฆนะ หรือ ฆ เป็นDeoxy Ribo nucleic acid ไม่ใช่น้ำธรรมดานะแต่เป็นน้ำกรด เข้มข้นนะ ชาตินี้อาตมามาโดดเดี่ยว แต่ก็มีลูก มีลูกแท้ก็มี ลูกไม่แท้ก็ช่างศีรษะ มันต้องเป็นเช่นนั้น อาตมาพากเพียรเต็มที่และพยายามไม่ให้บกพร่อง ก็เป็นไปได้ดี อาตมาจะเอาข้อเขียนหนังสือ ศิลปะโลกุตระในเพชรพุทธเล่ม 1 ที่จะออกในงานอโศกรำลึกปีนี้ การปฏิบัติแบบนั่งหลับตาไม่มีผัสสะ ไม่เป็นฐานที่จะปฏิบัติได้ จะไม่รู้เวทนา ไม่รู้จักมโนปวิจาร 18 ที่เริ่มตั้งแต่ พลังงานเริ่มก่อเกิด เป็น ธาตุแห่งความเพียรทั้ง 7 อารัภธาตุ ยุคนี้อาตมามั่นใจว่าสยัมภูไม่เกิดมาแน่ มีแต่สยังอภิญญา แต่ถ้ามีระดับผู้พี่อาตมามาก็จะดี ที่ช่วยกันในยุคนี้อาตมาก็เปิดเผยไปแล้ว คือตรีมูรติ คือพรหม ศิวะ ราม อาตมาเป็นฐานของราม ส่วนศิวะนั้นเป็นผู้รู้มากแต่ขยายไม่ค่อยออก เป็นก้อนๆ มีความแรง แต่ไม่หลากหลาย ส่วนลักษณะพรหมเป็นกลางไม่กระทบใครให้คนมาอาศัยได้ อาตมาทำเหตุปัจจัยดินน้ำไฟลม คน แต่สัตว์นั้นเขาเกิดมารับวิบาก แต่สัตว์คนนั้น ที่ช่วยได้ก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นอเวไนยสัตว์แก้ไขไม่ได้ เรียนให้ตายก็รู้ไม่ได้ อาตมาทำมา 46 ปีแล้ว ทำทั้งหลายด้าน รัฐศาสตร์คือช่วยดูแลปกครองกัน เศรษฐศาสตร์คือข้าวของเครื่องใช้เครื่องอุปโภคบริโภค แจกจ่ายกันให้พอดีใครกักตุนก็เคาะหัวหน่อย อย่างในหลวงเตือนก็เตือนกันทำให้ตรง มันเป็นยุคซ้อนกันอยู่ คือกลียุค กับภัทยุค ในบารมี 30 ทัศ ต้องเข้าใจ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา นี่เป็นหลัก ทานสูงสุดคือผู้ให้ ศีลเป็นหลักปฏิบัติ เนกขัมมะคือเอามาฉุดตัวไม่ให้นี้ออกไป ให้เป็นผู้ให้ผู้เสียสละ แล้วทำด้วยปัญญาให้บริสุทธิที่สุด บารมี 10 ทัศ บารมี 4 อย่างแรกนี้แหละที่เป็นตัวปฏิบัติ แล้วมี วิริยะ ขันติ ต้องเพียรอดทน สัจจะต้องเข้าใจทั้งสมมุติสัจจะและปรมัตถสัจจะ แล้วต้องตั้งใหม่ อธิษฐาน มีเมตตาเป็นพลัง เอาอุเบกขาเป็นฐานพัก เพียรก็คือเมตตา พักคืออุเบกขา คือปรมัตถบารมี อรหันต์มีพลังงานอุตุในตัวเอง แล้วมีพีชะ มีจิตนิยามแล้วไม่เป็นพิษภัยกับใคร เป็นพลังงานส่วนเกิน แต่ได้ทำจิตนิยามให้มีคุณสมบัติเหมือนอุตุกับพีชะที่เป็นพลังงานธรรมะสอง พระพุทธเจ้าสรุปว่า รู้คุณรู้โทษ รู้ดีรู้ชั่ว จัดสรรให้มีแค่คุณไม่มีโทษแล้ว ในพวกเราเป็นคุณค่ามากกว่าเป็นโทษ คนที่มาอยู่ในฐาน 0 นี้มีประโยชน์มากกว่าคนฐานรวย คนรวยมากก็กักตุนมากก็เป็นโทษมาก ยิ่งทางพุทธมาเป็นฐาน 0 รีบสะพัดออกไป อย่าให้ช้านานไป จะกินอยู่ก็มีผู้อื่นเลี้ยงดูไว้ ปรปฏิพัทธาเมชีวิกา คนอื่นจะรักษาเราไว้เพื่อเขาจะได้อะไรที่เป็นประโยชน์จากเรา ท้าให้พิสูจน์เลย ทำตนให้สูญเต็มเหนี่ยวเลยทำสุดที่ระวังอย่าให้เกินฐาน ทำสุดที่แล้วจะเจริญเร็ว ทำให้บริสุทธิ์อย่าให้โค้งอย่าให้มีองศา ยิ่งขนาดมันโค้งเป็นบูมเมอแรงหาตนเองก็ยังไม่รู้ตัว โค้งแม้เฉียดตนเองก็ต้องควรรู้ โค้งหาตนเองก็ยังไม่ดี เฉไปก็ไม่ดีต้องรู้ให้ตรงเป๊งเลย คุณทำเถิดทำได้เท่าไหร่ก็ตามฐานของแต่ละคน ไปเสแสร้ง มุขเอาไม่ได้หรอก คนเราโง่เท่าที่ตนเองฉลาด คนเราฉลาดเท่าที่ตนโง่ ไม่เกินไปได้หรอก สิ่งที่อาตมานำพาทำใครเข้าใจแล้วเชื่อถือเห็นดีก็มา มาเถอะมาอย่าช้าอยู่ไหนรีบมา อาตมาได้เปิดเผยอะไรหลายอย่างแม้บางเรื่องที่เป็นเรื่องลึก ก็เปิดเผยไปไม่ถือเป็นอนาจาร เป็นเรื่องเข้าใจได้ มาถึงเวลานี้เปิดเผยแสดงยืนยัน ก็ได้มาสาธยายสิ่งลึกซึ้งลึกล้ำมากพอสมควรแล้วก็ถึงกาละที่จะได้จบการแสดงธรรม ก็ขอให้ทุกคนตั้งใจฟังแล้วเอาไปทำให้ได้ผลได้ประโยชน์จากธรรมะกันเทอญ...จบ