580304_พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จปู่วิชิตอวิชชา งานพุทธาฯ ไพศาลี.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์339 KB
วันที่แก้ไข20 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

580304_พิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จปู่วิชิตอวิชชา งานพุทธาภิเษก ที่ศาลีอโศก โดย พ่อครูโพธิรักษ์

_ เวลา 8:42 น. วันที่ 4 มีนาคม 2558 ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา พ่อครูนำหมู่นักบวช เดินธรรมยาตราระยะสั้นๆ จากหน้าศาลาพุทธาภิเษก ศาลีอโศก จนถึงบริเวณที่ประดิษฐานสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา ที่อยู่ข้างศาลาพุทธาภิเษก จากนั้น พ่อครูได้เทศนาธรรม หน้าสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา …. พ่อครูว่า… ณ บัดนี้ก็เป็นโอกาสอันดี 8:45 น. เราจะได้ทำการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ลงในสมเด็จปู่ อาตมาเจตนาตั้งชื่อ สมเด็จปู่ ฉายาท่านก็ วิชิตอวิชชา หมายถึงผู้ปราบมาร ปราบอวิชชา ล้างอวิชชา กำจัดอวิชชา เป็นผู้ชนะในอวิชชาทั้งหลาย ซึ่งพระสมเด็จปู่ฯองค์นี้เกิดมาตามธรรม ไม่ใช่เรื่องลิเกละคร ไม่ใช่เรื่องปรุงแต่ง ตบแต่ง ก่อสร้างแบบชาวโลกเขาทำ แต่มันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิด เป็นเช่นนี้เอง ตถตา มัน Born to be จะต้องเกิดเช่นนี้ เป็นอจินไตย ไม่ต้องคิดมาก ดีไม่ดีเกิดปุปปั๊บ อุปัทวะเกิดทันทีทันใดได้เลย ตามเหตุปัจจัย แม้แต่อาตมาทำงานมาตลอดเวลา ทำงานศาสนามา ปีที่ 45 มาปีนี้ มีอะไรที่อาตมารู้มาตลอดว่าอันนี้เกิดอันนี้เกิด เช่น มาถึงวาระนี้ มาถึงโอกาสนี้ ณ ลมหายใจเฮือกนี้ สังคมไทยกำลังจะเกิดรูปและนาม ทั้งด้านการเมืองและศาสนา จะเห็นได้ว่าการเมืองกำลังปฏิรูปเชิงปฏิวัติ ทั้งการศาสนาด้วย ก็กำลังจะปฏิรูปเชิงปฏิวัติ ผู้ที่ไม่หูหนวกตาบอดก็จะเข้าใจก็จะเห็นได้ ผู้หูบอดตาหนวกนี่ยิ่งกว่าสีควายให้ซอฟัง ยิ่งกว่า เข็นเขาขึ้นครก พูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว ไม่ต้องแปลกใจว่าจะมีคนออกมาคัดค้าน เพราะใกล้กลียุคแล้ว ไม่ได้เจริญขึ้น เสื่อมลง แต่อาตมามารรักษาสถานะของศาสนาพุทธเอาไว้ เพื่อรักษาเนื้อ แก่น เอาไว้ ก็ต้องช่วยกัน ทุกคนที่มีบารมี มีพลังงานชีวิต เพื่อบูรณะศาสนาพ

อ่านต่อ

ุทธ ปฏิสังขรณ์เอาไว้เพื่อให้ถึง ครบ 5,000 ปี ของศาสนาสมณโคดม ตอนนี้มันถึงวาระครึ่งหนึ่งของศาสนาพุทธ เลยมาแล้ว 2,600 ปี จึงถึงวาระที่ต้องปฏิสังขรณ์ ก็ในโลกด้วย ก็รู้กันทั่วไป ยิ่งยุคนี้ Globalization ไม่มีอะไรปิดกั้นได้ แต่ในสายศาสนาเนื้อแท้ โดยเฉพาะพุทธไม่ได้แพร่หลาย ก็มีปริมาณจำนวนหนึ่ง ยิ่งใกล้กลียุค มีศาสนาเดียรถี ทุนนิยม ศักดินาดิจิตอล ที่เลวร้าย ไม่ได้ศักดินาโบราณ แต่สมัยใหม่ ใหญ่มาก มีจริงหนักหนาสาหัส ล้างเขาไม่ได้จากโลก สุดท้ายเขาจะทำลายโลก สร้างบาปต่อไป ส่วนที่เหลือที่จะต้องรักษาสถานะเอาไว้ ได้เท่าที่ได้ จะได้ก็เกิดจากจิตวิญญาณของมนุษย์แต่ละคนที่จะสำนึก มีภูมิปัญญาว่าจะมาช่วยกันอย่างแท้จริง อาตมาเปิดตัว คิดว่าครบแล้ว เปิดโพธิสัตวภูมิมาแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มขยายอรหันต์ ก็เปิดเผยตนเอง อาตมาไม่ได้เพิ่งรู้ว่าตนเป็นอรหันต์ แต่ไม่ได้อยากเปิดเผย เพราะเขาถือกันจัด อาตมาก็รู้ ถือกันหนักมาก เปิดเผยคุณความดีไม่ได้ ความชั่วก็เปิดและก็ทั้งปิด ส่วนความดี ไม่นิยมเปิดเผยไม่นิยมส่งเสริมกันด้วย ไทยจึงเดินทางช้า การช่วยปรามคนชั่วก็เป็นสิ่งดี แต่ไม่ส่งเสริมคนดี ไม่โฆษณาคนดี ไม่เอาคนดีมารวมกันแล้วประกาศให้รู้ ประเทศไทยช้าจุดนี้ จุดที่ไม่ส่งเสริมคนดี แต่ก็เจริญได้เพราะประกาศให้รู้คนชั่วแล้วก็ทำลายความชั่วก็เป็นสิ่งดี แต่ควรต้องเพิ่มการส่งเสริมคนดี พยายามบอกความดีที่จริงไม่เสแสร้งหลอกลวง คนไม่ดีก็มุขกันว่าดี หลอกโลกว่าดี อุปโลกน์กันขึ้นมา เป็นเรื่องเท็จ หลอกสร้างกันมาเล่นๆ อาตมาทำงานมาได้ปางนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของธรรมะโดยไม่อาศัยเครื่องเคียง อุปถัมภ์ ไร้อลังการรอบๆ ที่โลกเข้าใจ ใช้กัน อาตมาไม่มีเครื่องตบแต่ง ไม่ว่าจะเป็นทุน ความรู้ทางโลก หรือกามคุณ รูปไม่หล่อพ่อไม่รวย ซึ่งเป็นเรื่องดีของอาตมา เป็นอจินไตย ที่ต้องเป็นเช่นนี้ เป็นตถตา born to be อาตมาไม่ได้สงสัยเรื่องเหล่านี้ มีแต่อุตสาหะวิริยะไม่น้อยใจเสียใจ ก็ทำมา จนต้องต่ออายุขัยของตน ต่อมาได้ขนาดนี้ก็ตั้งใจพากเพียรให้ถึง 151 ปี อีกไม่กี่เดือนก็ขึ้น 82 ปีแล้ว ก็พยายามพากเพียรทำงานจริงจัง อาตมาประกาศตนเองว่าเป็นสยังอภิญญาเป็นผู้ที่จะมาทำงานนี้ ก็ค่อยๆเปิดเผยกันว่าต้องเป็นอาตมา ก็รู้อยู่แต่ต้องอาศัยเวลากาละ ที่เหมาะสม ต้องอาศัยฐานที่เหมาะสม ถ้าไม่เหมาะสมก็รับกันไม่ได้ทั้งพวกเราและคนนอก แต่มีเหตุปัจจัยที่ช่วยให้อาตมาพูดได้ ถึงเวลาก็จำเป็นต้องพูด อาตมาไม่มีสาเฐยจิต ไม่มีจิตอวดอ้าง อาตมามั่นใจว่าอาตมาเป็นผู้ศึกษาจิต อ่านจิต และวิเคราะห์วิจัยอ่านจิต หยาบ กลางละเอียดว่ามีอาการเล็กน้อย ถึงหยาบก็ต้องรู้ว่าหมายถึงอย่างไร สาเฐยคืออยากอวดอ้างอยากโชว์ มีลิงค มากหรือน้อยอย่างไร มีอินทรีย์ของอาการอย่างไร? น้ำหนักของอาการมากหรือน้อย เบาบางเข้มข้นอย่างไร มันเป็นนามธรรม อาตมาก็นำมาเปิดเผยให้เรียนรู้ปฏิบัติ ให้เป็นประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน เป็นอุภยัตถะ มิใช่เอกกัตถะ หรืออัตตัตถะ แต่เป็นของผู้อื่นด้วย มีปรัตถะด้วย ของพระพุทธเจ้าเป็นเช่นนั้น ผู้ใดยังไม่มีคุณอันสมควรก่อนแล้วพร่ำสอนคนอื่น ผู้นั้นมีวิบาก มันผิดพลาด ไม่จริง เอาสิ่งไม่จริงไปบอกคนอื่นว่าจริงก็บาปแล้ว มันผิดพลาดก็บาปซ้ำ รู้แล้วว่าผิดก็ยังทำซ้ำไม่หยุด กลบเกลื่อน หลอกคนอื่นซ้ำอีก แล้วคนอย่างนี้จะคบได้อย่างไร มีคนทำเช่นนี้อยู่ แม้สังคมศาสนาก็มีอยู่ ให้มาช่วยกัน ทุกคนมีปัญญาของตนก็ใช้ความรู้ความสามารถศึกษาพากเพียรเอา อาตมาก็ทำมาตามลำดับ ปีนี้ 2558 เป็นต้นไป มันจะขึ้นรอบเป็นรอบเลข 5 และเลข 8 ที่อาตมาจะต้องทำงานอีกรอบหนึ่ง มันย่างทศวรรษที่ 5 มันครึ่งหนึ่งแล้ว ก็จะเริ่มพัฒนาไป นี่เขตที่ 2 จะพัฒนาไป 6 แล้วถ้าได้ถึง 7 ก็จะขึ้นไปถึง 8 อาตมาก็กำลังจะขึ้นไปหา 5 ดังนั้นเลข 5 และเลข 8 จึงเป็นเลขเดินทางไปสู่ความเที่ยง นิยตะ ไม่ใช่ว่าเพิ่งมีผล แต่มีผลมาเรื่อยๆ ทุกอย่างลงตัวหมด ซึ่งคนอื่นใช้ตัวเลขอย่างนี้ไม่ได้ เช่น พระพุทธเจ้าต้องประสูตร ตรัสรู้ ปรินิพพานวันเพ็ญเดือน 6 คุณอย่าไปริอาจใช้เหมือนท่าน อาตมาก็ไม่ได้ แต่จะใช้ของอาตมาเอง ไม่ใช่สาธารณะของคนทั่วไป ไม่ต้องคิดฝันเพ้อเจ้อ ถ้าไม่ถึงเวลามันก็ไม่จริง เอาหมามาใส่มงกุฎหรือเอามงกุฎมาใส่หัวหมา ไม่เข้าท่า วันนี้เป็นโอกาสสำคัญ เป็นพระพุทธรูป ที่ปางปราบมาร ปราบอวิชชาของโลก วิชิตอวิชชา และจะปราบจริงๆ ไม่ใช่ปราบเล่นๆ ผู้ใดจะมาผนึกร่วมกันก็มา ใช้ธรรมาธรรมะสงคราม ไม่มีความรุนแรง แต่ใช้ความรู้ลึกซึ้งภูมิปัญญา ชนะกันด้วยความดี ความจริง ต้องอุตสาหะมาก ก็มีผู้ดวงตาสว่างก็เข้าใจก็มารวมผนึกกันก็จะมีมากขึ้น คนที่มาแรกๆเริ่มๆนี่ คนกระจอกทั้งนั้น คนที่จะยิ่งจะใหญ่ในสังคมนี่จะมาทีหลัง มาชุบมือเปิบ อาตมาไม่ได้สงสัยหรอก ต้องเอาแบบไม่มาไม่ได้แล้ว คือความคิดเขาจะช้า ความโง่เขาจะหนา ผู้ใดรู้แล้วก็อย่าช้า ไม่มาชุบมือเปิบ มาช่วยกันอย่าช้า อาตมาแต่งเพลงสมรรถภาพ เป็นเพลงสุดท้าย แล้วก็คงไม่แต่งอีก มาเถอะมาอย่าช้า หอบกระทะพร้าขวานมา ไม่ได้ให้คุณเอาเพชร เอาทอง เอายอดของสูงอะไรมาหมด เอามีดกระทะพร้าขวานมาติดดิน มาเป็นอย่างนั้น ใครอยากจะมาติดดินมาอย่างนี้ก็มา แต่ถ้าใครเห็นเป็นเรื่องต่ำก็เราก็อยู่ตามประสาเรา เราก็ทำตามประสาเรา แม้แต่อาตมาบอกว่าในหลวงเป็นโพธิสัตว์ พูดเล่นได้อย่างไร ของสูงขนาดนี้เอามาเล่น อาตมาไม่ได้โง่ขนาดนั้น เป็นสิ่งเกินคนจะคิด มีคนที่อวดดีกว่าโพธิสัตว์ ขออภัยเถอะรู้ดียิ่งกว่าอาตมา เขาก็ว่าเขารู้ดีกว่าก็มี ก็ไม่เป็นไร โพธิสัตว์น่ะรู้จักเถรวาท รู้อรหัตตผล เพราะโพธิสัตว์คือผู้รู้อาริยะก่อนแล้วจึงสอนคนอื่น ให้รู้ได้ จะเป็นธัมกถึก จะแสดงคำสอนก็ต้องเป็นผู้มีอาริยธรรม ได้ก่อนเป็นก่อน ไม่มีคุณอันสมควรก่อนแล้วไปสอนคนอื่นจึงมัวหมอง อวดดีเป็นธรรมทูต ขออภัยเอาขี้ทูดไปให้เขา ขออภัยอาตมาพูดตรงแรง เหมือนขวานจักตอก มีคนพูดให้อาตมาเป็นผู้มีสายฟ้าในวาทะ แต่ขวานจักตอกนี่แหละของจริง สับเลย แต่อาตมาใช้ขวานจักตอกได้อยู่นะ แม้ตอกอาตมาจะไม่งามปานใด ชีวิตนี้ไม่เก่งทางโลก แต่อาตมามาทำงานทางศาสนา ก็ต้องมีเนื้อศาสนาเพื่อไปทำ ต้องมั่นใจจุดนี้ แต่เรื่องทางโลกอาตมาไม่เก่ง แต่ไม่ใช่ว่าอาตมาไม่รู้ทางโลกเลย ก็ต้องมีโลกวิทูตามพระพุทธเจ้าสอน มีแต่ไม่ได้เอามาใช้ก็ใช้ไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี คนเราเกิดมาแต่ละคนมีวิบากกุศลที่จะมาใช้ประมาณหนึ่ง แล้ววิบากบาปก็จะตามมาได้ระดับหนึ่ง จะทยอยมาเล่นงาน ถ้ามาทั้งหมดไม่เหลือหรอก ตาย บาปของแต่ละคนน้อยที่ไหน ขนาดพระพุทธเจ้ายังตามมาไม่เกรงใจเลย เป็นอจินไตยที่ยาก ทุกวันนี้คนไม่เชื่อกรรม วิบากเยอะ คนที่มีดวงตา ปัญญา เข้าใจแล้ว อย่าช้า คนเกิดมาได้ร่างกายเป็นมนุษย์ครบอาการ 32 มาสร้างสติมันโต อิธพรหมยริยวาโส คุณสติไม่เสียไม่ตกหล่น มีสติเต็ม มาใช้ให้เป็นสติมันโต จะได้ปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 ก็ใช้สติทั้งนั้น ให้มีสติบริบูรณ์เต็มครบนอกและใน ต้องมาฝึกฝนกับมิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดีอย่าช้า แต่ละชาติได้อาการ 32 ครบ ถ้าไม่ใช้เป็นกุศลก็ใช้เป็นอกุศล ไม่มีกลางหรอก มีแต่มากหรือน้อยเท่านั้น มาอยู่ที่กรรมใหม่ของทุกๆวินาทีที่เกิดมา คนได้อาการ 32 ครบ พร้อมสติ เป็นเรื่องนามธรรม แต่ต้องมารวบรวมสติ คนได้อาการ 32 ก็รูปเต็ม สติก็ต้องมาสร้างเบื้องต้นของนามธรรม เป็นสติสัมปชัญญะ สัมปาเทติ สัมปชลติ สัมปันโน สัมปัตตะ สัมปันนะ ให้ได้ ต้องมาทำเอาเอง ปัจจุบัน ปฏิบัติธรรมกับรูปนามให้พัฒนา อย่าเสียโอกาสในการเกิดมาครบ 32 สติก็ไม่บ้า ไม่ idiot หรือmoron มันไม่ได้ตายเปล่าแต่อย่างใด ถ้าตายเปล่าพวกเราอาตมาว่ายังดีนะ แต่มันได้อกุศลจิตใส่จิตไปสิ มันเปล่าตรงไม่ได้โลกุตรธรรม แต่มันดันได้วิบากบาป อกุศล นรกใส่อัตภาพไป โมฆบุรุษของพระพุทธเจ้าท่านตัดกรอบที่ว่า เสียโอกาสที่ไม่ได้โลกุตรธรรม แม้จะได้แค่กุศลโลกียะก็ยังดี แต่ส่วนมากได้นรก อกุศล กิเลส อย่างน้อย กิเลสที่เป็นเทวดาเก๊ก็อ้วน ทำให้กิเลสของคุณนี่ ได้รับอาหาร ได้เสพเสวยกิเลสก็อ้วน ปุถุ หนา มากใหญ่ ไปในทางทวี คนไม่รู้ก็บำเรอกิเลสให้อ้วน กิเลสมันพาเราทำชั่วทำบาป อยู่แล้ว มาทำดีแค่โลกีย์ไม่รู้ปรมัตถ์ กิเลสโลกีย์มันก็ผยอง ได้ลาภมาก็ยิ่งดีแล้วกิเลสจะผอมลงได้อย่างไร? ได้ยศ ได้สรรเสริญ ได้เสพรูป รส กลิ่นเสียงก็อ้วนขึ้น เป็นสมมุติเทพ แล้วก็มารับวิบากที่กิเลสอ้วนนั่นแหละ ไม่รู้กี่ชาติ ต้องเรียนรู้กิเลสแล้วล้างออก ไม่ใช่ทำให้อ้วน กิเลสผีก็โต แม้แต่เทวดาสมมุติเทพก็อ้วน มันต้องมาเรียนรู้เทวดาอุบัติเทพ เป็นเทวดาแท้ ไปสู่สงบรำงับ สรุป ว่าต้องมาเรียนรู้เนกขัมมะให้ได้ แม้จะเหลือเศษส่วนสุดท้ายของยุคปลายพระพุทธศาสนาแล้ว มีพระสมณโคดมเป็นพระพุทธเจ้าองค์สุดท้าย เราต้องมากอบกู้ศาสนาขึ้น ทำไมเราต้องมีถึงขนาดว่า กองทัพธรรม เป็นมูลนิธิของพวกเรา มันต้องเป็น born to be เป็นอจินไตย กองทัพธรรมต้องมี ก็ทำงานกับทางโลก แล้วกำลังจะเป็นกองทัพธรรมของธรรมะแท้ๆ กำลังจะปรากฏตัว แล้วเป็นจริงด้วย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เสแสร้งไม่ได้ด้วย คนที่มีคนคอยจับผิดให้คือคนมีกุศลมหาศาล คนที่ไม่ดีแล้วมีคนคอยป้อยอเสแสร้งให้เป็นคน ดี มีความซวยมหาศาล _ จากนั้นเวลา 9:25 น. พ่อครูได้ทำพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยพ่อครูพาสวดมนต์สั้นๆ แล้วพ่อครูก็เดินขึ้นไปบนแทนรองเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระอุณาโลมของสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา จากนั้นก็พากราบอีก 3 ครั้ง เป็นอันเสร็จพิธีในเวลา 9:36 น.ของวันมาฆบูชา 4 มีนาคม 2558 แล้วร่วมกันถ่ายภาพหน้าสมเด็จปู่วิชิตอวิชชา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน