600225_พ่อครูเทศนางานฌาปนกิจศพ พ่อเรือน ศรีทอง (พ่อคุณอู๊ด เชียงราย).docx
เนื้อหาในไฟล์
600225_พ่อครูเทศนางานฌาปนกิจศพ พ่อเรือน ศรีทอง (พ่อคุณอู๊ด เชียงราย)
พ่อคุณอู๊ด นักรบธรรม (พ่อเรือน ศรีทอง ชาตะ 7 กพ. 2477 มรณะ23 กพ. 2560) สิริอายุ 83 ปี. ที่บ้านราชฯ ฌาปนกิจศพ 25 กุมภาพันธ์ 2560 ณ เมรุสุดชีวิต
พ่อครูว่า...พวกเราก็อย่างนี้แหละก็ช่วยกัน เกิดมาก็ดูแลกัน ยังไม่โตก็ดูแลกันจนโตใหญ่ ดื้อบ้างว่าง่ายบ้าง จนหนุ่มสาว ถึงแก่ บางคนก็ไม่ถึงแก่ตาย แต่คนนี้อายุ 83 ปี เกิดปีเดียวกันไปก่อนอาตมา ก็ธรรมดาคนเกิดแก่เจ็บตาย ถึงเวลาวาระก็มา สุดท้ายก็เผาส่งกันไปก็จบ คนอยู่ก็ยังอยู่ ตอนที่อยู่นี่แหละ อาตมาก็พูดแล้วพูดอีก ยิ่งเห็นว่าคนเราเกิดมามันได้หลงภพชาติ แล้วสะสมวิบากมาไม่รู้กี่กัปป์กัลป์ กว่าจะได้มารู้ตัวมาศึกษาสัจธรรมแล้วรู้ว่าวิบากมันนำคนไป พาคนไป กว่าจะรู้ว่าสำคัญ วิบากสำคัญ กรรมสั่งสม กระทำไปก็สั่งสมเป็นวิบาก ดีก็ตามชั่วก็ตามวิบากมันเก็บหมด เก็บสะสมแล้วออกฤทธิ์ให้ชีวิตเราเป็นไปตามวิบาก เป็นอจินไตย บวกลบคูณหาร จนไม่สามารถเข้าใจได้ง่าย แล้วออกผลให้เราเป็นอย่างไร เป็นพลังงานซับซ้อนมหาศาล กว่าเราจะได้รู้ว่าเพราะกรรมวิบากเป็นสิ่งสำคัญ แล้วมาหยุดวิบากด้วยกรรม กรรมที่เราทำทุกปัจจุบัน เราหยุดชั่ว หยุดไม่ดี เหตุที่ทำให้หยุดชั่ว พลังงานสำคัญคือกิเลส กิเลสนี่มันโง่ ทำเสียหายทำชั่วเลวให้แก่ตัว นี่คือตัวสำคัญที่พระพุทธเจ้าค้นพบ รู้ได้ยากแต่รู้ได้ด้วยอาการ มันไม่มีเส้นแสงสีเสียง คนที่รู็อาการโกรธ ที่เกิดในปัจจุบันหรืออาการโลภ มันเกิดในใจเราเมื่อไหร่เราอ่านอาการมันได้ คนนั้นเร่ิมรู้จักพลังงานที่เรียกว่าจิตวิญญาณแล้วได้ ก็ศึกษาเรียนรู้อาการ โกรธ หยาบ กลาง ละเอียดอย่างไร เพราะเราไปยึดมั่นถือมั่นเหตุอะไร โกรธ โลภ รัก ก็ยึดมั่นถือมั่น อาการยึดมั่นถือมั่นก็ออกแรง พอออกแรงก็เรีย
อ่านต่อ
กว่าตัณหาหรือกิเลส เราก็จะรู้ตัวนี้สำคัญ ยิ่งถ้ารู้อุปาทานก็ล้างกำจัดด้วยปัญญา ปัญญานี้รู้จนกระทั่งมีพลังงานที่จะไปสลายจริงๆ สลายพลังงานกิเลสตัณหาอุปาทาน ราคะโทสะโมหะ มันสามารถได้อย่างนั้นจริงๆ นี่คือความรู้ที่ตรัสรู้โดยพระพุทธเจ้า
มาถึงวันนี้มีคนตายอาตมาก็จะสรุปอย่างนี้เสมอ ใครไม่เอาใจใส่ก็ชวดโอกาส วันเลาผ่านไปเดี๋ยวก็ตาย ใครใส่ใจก็ศึกษา อาตมาว่าอาตมารู้สัจจะความจริงนี้ได้พอสมควร ก็นำมาบอกผู้ที่รู้ไม่เท่าอาตมา ก็พยายามบอก พวกเราก็มารับศึกษาฝึกฝนไปจะได้บรรลุ จนพ้นทุกข์ พ้นชั่ว จนสามารถปรินิพพานเป็นปริโยสานได้ เมื่อนั้นเราก็จะเลือกอยู่กับโลกทำประโยชน์ให้โลกหรือไม่อยู่แล้วก็ได้ สลายอัตภาพเราไปก็จบ นี่คือสุดยอด ศาสนาอื่นไม่รู้เช่นนี้ ศาสนาอื่นเขาเหมาว่าสุดท้ายไปอยู่กับพระเจ้า แต่เขาไม่รู้ว่าพระเจ้าอยู่ไหนเป็นได้อย่างไร แต่ของพุทธนี้เป็นพระเจ้าได้ แล้วสามารถสูญสลายอัตภาพนี้ได้อย่างถาวรเลย ใครมีปฏิภาณดีแล้วเชิญอย่าช้า เดี๋ยวจะถึงกองฟอนนี้ ใครจะถึงช้าหรือเร็ว เวลาที่เหลือนี้อย่าผลัดผ่อน จากนี้ก็จะได้ประชุมเพลิงกัน...