600806_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ สันติฯ สัมประสิทธิ์ของกรรมสองยิ่งลักษณะ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์346 KB
วันที่แก้ไข4 กรกฎาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

600806_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ สันติฯ สัมประสิทธิ์ของกรรมสองยิ่งลักษณะ

ท่านจันทร์ว่า…ได้ทำการ Video conference จากสันติอโศก วันนี้พ่อท่านจะอรรถาธิบายเรื่องใดก็สุดแท้แต่ แต่หนังสือเราคิดอะไร เล่มล่าสุด ได้เขียนถึงระบอบการปกครองของมนุษย์ วันนี้พ่อท่านส่งภาพและเสียง จากบ้านราชฯ มา สันติอโศก เนื่องด้วย ที่บ้านราชฯ เกิดปรากฏการณ์ บางคนบอกว่าน้ำท่วม แต่อาตมาว่าเป็นน้ำเที่ยว น้ำมาเยี่ยมชมบ้านเรา จะได้มีการฉลองน้ำ ส่วนที่ทางเชียงใหม่ หากหนาวมาก เราก็ฉลองหนาว ตอนนี้ที่บ้านราชฯ ประชาชนกำลังขนย้ายสิ่งของ ก็เปิดทางให้น้ำเที่ยว ไม่ก่อทุกข์ แต่ก่อความยินดีได้ เราไม่ปฏิเสธความเป็นทุกข์ ก็มองทุกข์ด้วยความรู้สึกบวก ตั้งตนบนความลำบาก กุศลธรรมเจริญยิ่ง บ้านราชฯ ของเราขณะนี้ ก็กำลังขวนขวาย เอาภาระ เก็บงำของ

พ่อครูว่า...ตอนนี้ทั่วประเทศไทยตื่นตัว กับน้องน้ำกันทั้งนั้น เพราะน้องน้ำไปเยี่ยมทั่วไป อบอุ่น จนเกินอุ่น จนกระทั่งจะหนาวกันแล้ว เป็นเรื่องของธรรมชาติ เป็นเหตุปัจจัยของ ธรรมชาติ น้ำท่วม ฝนมา เราพอคลำได้แต่แผ่นดินไหว เราไม่รู้ด้วยได้เลย คนเราก็พยายาม ในคนมีความรู้ เรียนรู้ ความเป็นคน พยายามที่จะรู้ เมื่อพูดถึงความเป็นคนที่มีธาตุรู้ คนเป็นจิตนิยาม เป็นพลังงานระดับจิตนิยาม คนเป็นวัตถุชิ้นอันหนึ่งเกิดในจักรวาล โดยมีจิตเป็นประธานตัวเอง แล้วสั่งการ ควบคุมไปสารพัด จิตเป็นตัวสำคัญ ความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ตรัสรู้ความเป็นคน และตรัสรู้ความเป็นมนุษย์ ที่อยู่ในสังคม มารวมตัวกันเข้าเป็นสังคม เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ที่มีความทุกข์ร้อน เป็นคนมีความทุกข์ร้อน อันนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ ความสุขก็ช่างมันเถอะ ไม่ทำให้เกิดความลำบาก เดือดร้อนเท่าไหร่นักหนา แต่เมื่อเป็นความทุกข์แล้ว มันบ้าระห่ำกัน จนก

อ่านต่อ

ระทั่งมันทุกข์หนักหนา ร้ายแรง จนกระทั่งอาละวาด ทำสารพัด ที่เป็นเรื่องทำลาย สารพัดสารเพเลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าท่านมีชีวิต ไม่รู้กี่กับป์กี่กัลป์ ความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก

SMS วันที่ 4 สิงหาคม 2560

_ 3867 นมก.พ่อครูฯสณ.สม.จรธ.ญตธ. บ้านราชเมืองเรือ ลอยน้ำมูนอันน้องน้ำเหนืออีสานมาเยี่ยมเยือน สอนจิต ฝึกใจ บ่มวิญญาณ เข้าถึงทุกข์ อาริยสัจธรรม

_3867 ปชธต.ใบสรรค์สันติสุขสังคมสร้างสันติภาพโลกคงมีเกิดขึ้นได้เมื่อคอรัปชั่นกลับใจจริง! มิฉะนั้นภัยธรรมชาติคงสงบลง! โลกร่มเย็นมากขึ้น!ปากท้องปชช.สิ้นหนี้ อิ่มท้องทั่วถึงไปนานแล้ว! กบเจียมตัว ผู้หลุดจากโลก อึ่งอ่างพองลม ยุคก่อนปฎิรูปปท.!

_3867 กราบอนุโมทนาพ่อครูกับธ.อันรู้แจ้งนามรูป อันเป็นไปตามไตรลักษณ์! รู้แจ้งเกิดดับ! รู้แจ้งโทษภัยกิเลสอันควรทบทวนปลดเปลื้องออก!โดยอนุโลมปฏิโลม ระหว่างปถุชน กับอาริยะชน สู่อาริยะอรหัตผล ครบวิปัสสนาญาณ16

SMS จากเฟซบุ๊ค

_เอกีภาวะ วิชชาราม · วันนี้หนูคิดถึงพ่อครู ไม่มีพ่อครูคอยปกป้อง หนูต้องสู้ไม่ได้แน่ พ่อครูอยู่กับหนูไปนาน ๆ ให้หนูตายก่อน ห้ามตายก่อนหนู น้อมกราบนมัสการ

สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมนี้จริงยิ่งกว่าGod _ปรีชา ขำเพชร · กราบนมัสสการพ่อครูครับ..ขอเรียนถามว่า ....กัมมทายาโท หมายความว่า..กรรมถ่ายทอดไปยังลูกหลานของเราได้ใช่ไหมครับ? หรืออย่างไรครับ? พ่อครูว่า...คุณจะหายใจออก หายใจเข้า ก็เป็นกรรม จะเป็น การกระดุกกระดิก ก็คือกรรม จะออกมารุนแรงเลวร้าย หยาบคาย เลวทรามอย่างไร ก็เป็นกรรมทั้งนั้น เป็นของของตน หรือจะทำกรรมที่ดี เป็นคุณค่าเป็นประโยชน์ เป็นการเสียสละ เป็นความเมตตา เกื้อกูลกันต่างๆนานา ก็เป็นกรรม กรรมนี้ผู้ใดออกอาการ ตั้งแต่น้อยนิดจนถึงมาก ก็เป็นอันทำ กรรมเป็นอันทำ หมายความว่าใครมีอาการ กริยา กรรมใด จะเล็กน้อย จนกระทั่งเป็น อรูป จนเราเองแทบไม่รู้ทัน หรือรู้ไม่ทัน คนอื่นไม่สามารถรู้ทัน อยู่ภายในก็เป็นของเรา ก็เป็นกัมมัสสกตา ทำปุ๊บก็เป็นของเรา อยู่ในอัตภาพ พลังงานที่เป็นพลังงานข้ามเขต ครอบโคตร จากพีชนิยาม มาเป็นพลังงานจิตนิยาม เป็นความตรัสรู้ที่ยิ่งใหญ่มาก ในเรื่องของ นิยามชีวิต 5 ประการ เป็นเรื่องลึกซึ้งมากเลย อาตมาพบ 5 คำนี้ ของพระพุทธเจ้าแล้วความรู้เก่าเติมขึ้นมาชัดเจน ละเอียดลออ ลึกซึ้ง สูงสุด อาตมาก็เข้าใจ อาตมาเปิดเผยไปหมดว่าเป็นพระโพธิสัตว์ เป็นภูมิเก่า คำว่ากรรมเป็นการกระทำ ศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าตรัสรู้เรื่องกรรม พระพุทธเจ้าไม่ได้ตรัสรู้เรื่อง GOD แต่ท่านรู้จัก God ดี ซึ่ง God นี้ ยังไม่ยืนยัน และจริงเท่ากับกรรม ขออภัยพูดไปแล้วเหมือนข่มคนอื่นเขา แต่นี่กำลังพูดสัจธรรม กัมมัสโกมหิ กัมมทายาโท กัมมโยนิ กัมพันธุ กัมปฏิสรโณ กัมมัสโกมหิ กรรมเป็นของของตน ทำปุ๊ปตนก็ได้เลย จะบอกว่าไม่ได้ทำไม่ได้ ไม่หก ตกหล่น ไม่มีขาดวิ่น ไม่มีระหกระเหย ไม่ระเหิด ไม่มีหายไปไหน จะเป็นกุศล หรืออกุศลก็ตาม มันจะสั่งสมลงในอัตภาพ จะรวมอยู่ในสัญญา เป็นสิ่งที่เก็บอยู่ในอัตภาพ ภาษาไทยเรียกว่าความจำ จะฝังอยู่ในอันนั้นของเรา อัตภาพจะมีสัญญา ทุกอัตภาพมี รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ สัญญาเป็นคลังเก็บข้อมูล แม้รู้แจ้งตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว สัญญาก็ยังอยู่ ยังจำได้หมด แต่พระพุทธเจ้าไม่ทำบาปแล้ว เริ่มตั้งแต่เป็นพระอรหันต์ เป็นเขตเกณฑ์สำหรับคนที่บรรลุอรหันต์แล้ว จากนั้นคนนี้จะไม่ทำชั่วอะไรอีกเลย สัพพปาปัสสอกรณัง ทุกกรรมจะเป็นแต่กุสลัสสูปสัมปทา เป็นทฤษฎีของพระพุทธเจ้าที่ชัดเจน สามารถเป็นทุกคนได้ ผู้ใดต้องระลึกถึงกรรม แม้แต่นิดน้อยเท่าไหร่ก็แล้วแต่ จะแสดงออกเป็น รูป อรูป จนแสดงออกเป็นกามภาวะ กามภาพ ปรากฏขึ้นต่อในโลก ในโลกภายนอกรับรู้ได้ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ทางทวาร 5 เรียกว่า กามภาพ กามภาวะ หรือกามภพ

วันนี้ก็มีกวีบทหนึ่ง “ยิ่งลักษณ์”คือยิ่งทำยิ่งเป็นลักษณะแท้

(1) “อาริยสัจ”นามเรียกนี้ “อริยสัจ” ความประเสริฐยิ่งชัด “ยิ่ง”แท้ ความชั่วก็ตระบัด- สัตย์มิ ได้เลย เป็นมนุษย์ไม่คิดแก้ ยิ่งซ้ำ“กรรมตน”

(2) “ลักษณะ”คนย่อมแท้ ใน“กรรม” “ยิ่ง”ดัดจริตเป็นทำ ดีดดิ้น “ยิ่ง”ผิดยิ่งย้ำยำ “ลักษณ์”ผิด เพิ่มแล “ยิ่งลักษณ์”ล้างสัตย์สิ้น ยิ่งล้วนตนทำ (3) “กรรม”ใดทำย่อมแท้ เป็นผล “วิบาก”เป็นของตน ครบสิ้น ทั้งกุศลอกุศล ถ้วน“สัจ” ทุกมนุษย์ใครหลีกดิ้น ไป่ได้“เวรกรรม” (4) “ยิ่ง”ทำกรรมชั่วไซร้ “ยิ่ง”จริง “ลักษณะ”ใดควรประวิง บ่รู้ “ยิ่ง”ผิด“ยิ่ง”ดิ้นชิง เพื่อชนะ “ยิ่ง”ฤา “ลักษณ์”อย่างนั้น“ยิ่ง”ผู้ โง่แท้อวิชชา (5) ศึกษาพุทธรอดได้ ด้วยกรรม กรรมผิดแล้วอย่าทำ อย่าย้ำ “ยิ่ง”ผิด“ยิ่ง”โง่สัม- ประสิทธิ์ส่ง หลงผิดว่าจักค้ำ ยิ่งซ้ำเลวเสริม

(6) หยุดเหิมเกริมได้จัก ลด“ลักษณ์” หากบ่หยุด“ยิ่ง”หนัก “ยิ่ง”ช้ำ “ยิ่งลักษณ์”รักพี่ทัก- ษิณ“ยิ่ง” ถลำรา พี่“ยิ่ง”หลอกลึกล้ำ โง่ซ้ำระเริงหลง (7) ลงนรกตกกระทะต้ม จนสุก ชีพหกล้มหกลุก โหดร้าย ยิ่ง“หนูไม่รู้”ทุก ใดถูก ผิดเลย “ยิ่งลักษณ์”จึงเป็นป้าย ตลกให้คนเห็น.

“สไมย์ จำปาแพง” 4 ส.ค. 2560 [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 326 ประจำเดือนกันยายน 2560]

อาตมาถือว่าเป็นผู้มีวัยวุฒิในสังคม ได้ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์จริงใจ เปิดเผยธรรมะพระพุทธเจ้า ชีวิตอาตมาไม่มีอะไรเลย จะพยายามสรรหาธรรมะพระพุทธเจ้าที่เชื่อว่าถูกต้อง จะพยายามไม่ให้ผิด อาตมาไม่มีแม้เสี้ยววินาทีใด จะทำงานอื่นเลย นอกจากงานนี้ ให้ศึกษาพุทธนี่แหละจะรอดได้ด้วยกรรม กรรมผิดนี้เป็นมิจฉา อย่าทำ

สื่อธรรมะพ่อครู(บวร) ตอน สัมประสิทธิ์สองนัยยะ ขอแวะตัวสัมประสิทธิ์ว่า มันมีพลังงานที่คงที่อยู่แล้วเป็นคอนสแตนท์ และ 2 มันมีตัวไดนามิกที่ทำแล้ว จับตัวเป็นนิวเคลียส เป็นพลังงานบวก และลบ จับตัวกัน และมันยังมีพลังงานเคลื่อนไหวอีกอันที่เคลื่อนไหวอีก ตัวนี้เป็นตัวแปร ตัวแปรตัวนี้มีนิยามกำหนดเลยว่า เป็นพลังงานระดับคูณด้วย พลังงานร้ายกาจ ที่มีอัตราการเพิ่มระดับคูณขึ้นไป ถ้ายกกำลังก็ยิ่งใช่ ถ้ามีพลังงานตัวนี้เพิ่มมา ก็ยิ่งหนัก ถ้าเป็นพลังงานชั่ว Coefficient ที่ชั่ว มันยิ่งทำให้เราได้รับความซวยหนักๆๆ เลย อาตมาธิบายสัจธรรม โดยเอาความหมายทางวิทยาศาสตร์มาขยายความ ยิ่งโง่ ยิ่งมีพลังงานสัมประสิทธิ์นี้ ถีบส่งไปหนักเลย ฟังแล้วต้องหยุดเหิมเกริมได้ ไม่ว่าใคร ก็แล้วแต่ หยุดเหิมเกริมได้ จะลดลักษณะเช่นนี้ ถ้าหยุด จะหยุดช้ำ อย่างลักษณะที่คุณทำนี้ ยิ่งบอกว่า หนูไม่รู้ๆ คนตายไปกี่คน ก็ทำซื่อเซ่อ ไม่รู้ๆ อาตมาขอยืนยันว่าคุณยิ่งลักษณ์ จะต้องได้ชื่อยิ่งลักษณ์ เหมือนกับพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ จะต้องได้ชื่อเช่นนั้น คนที่ชั่ว ลงตัว ดี ลงตัว สูงลงตัว ต่ำลงตัว เทวทัตจะต้องได้ชื่อว่า เทวทัต เทว+ทัตตะ คำว่าเทวะ คือเทพ คำว่าทัตตะคือ ฉลาดหรือโง่ ถ้าฉลาด ก็ฉลาดอย่างยิ่ง โง่ก็โง่อย่างยิ่ง จึงปลอมตัวมาหลอกคนว่าเป็นเทพ คนไม่รู้ ก็นึกว่าเป็นเทพอย่างยิ่ง เหมือนธัมมชโย มาหลอกโลกว่าชื่อธัมมชโย แปลว่าผู้ชนะด้วยธรรม ที่จริงแล้วเป็นผู้ที่ทำลายธรรมะอย่างยิ่ง เน่าเละเลย เป็นอจินไตย คนที่ลงตัวแล้วว่า กรรมของตัวเองจะต้องชื่อนี้ กรรมตนเองทำชั่วขนาดนี้ลงตัว ต้องชื่อนี้ คนนี้ดีลงตัวแล้ว มีพลังงานกรรมของตน ต้องชื่อนี้ อย่างนี้เป็นต้น คนที่ได้ชื่อจากพลังงานกรรมของตัวเองอย่างไร พระพุทธเจ้าจึงได้ทำนายไม่ผิด เห็นว่าคนนั้นชื่อนี้ ชื่อนี้ไม่ผิด อาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 7 พอจะรู้ หลายคนที่เกี่ยวข้องกับอาตมา คำว่ายิ่ง เมื่อประกอบกับคำว่า ลักษณะ คือมีสองนัย นัยยะที่ดี ก็ดียิ่งๆ ถ้านัยยะที่ไม่ดี ก็ไม่ดียิ่ง ยิ่ง ไม่อยู่กลาง โต่งไปได้สองด้าน ลักษณะที่คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มันออกไปในทาง ยิ่งไม่ดี ไม่ใช่ในทาง ยิ่งดี อาตมาขอเตือน ขอให้สติ เตือนใจ คุณหยุดได้แล้ว คุณอย่าไปดีดดิ้น ออกลีลาอะไรมากเกินไป ให้สงบ คุณลองจินตนาการตาม ถ้าคุณยิ่งลักษณ์หยุดดีดดิ้น ทำเป็นผู้สงบ ทำเป็นผู้น่าเศร้า กับการทำหน้าแป้นแล้นอย่างนี้ อันใดจะได้รับการสงสารมากกว่ากัน เขาก็ไม่รู้ว่าอาการที่ทำนี้ ทำให้อาการตนเองหนักขึ้น ตัวเองทำตัวเองทั้งนั้น ยิ่งดีดดิ้นระริกระรี้ ที่พูดนี้พูดด้วยเมตตา ให้ความรู้วิชาการธรรมะ ที่พูดนี้พูดอย่างอวดดี อย่างผู้รู้ ก็ขอยืนยันว่า ที่พูดนี้พูดจริง เป็นเรื่องของกรรมกิริยาอาการ สอน และบอก เรื่องของกรรมกิริยาอาการ ที่คุณไม่ควรจะทำ ถ้าคุณได้รับฟังแล้ว เชื่อถือ ทำตามบ้าง ก็จะเป็นกุศลต่อตนเอง คุณทำกุศลต่อตนเอง สมมุติว่าคุณหยุด และสงบ ไม่ทำท่าทีที่ไม่ควรแสดงออก เช่นหยุดบอกว่าหนูไม่รู้ ไม่ออกไปทำหน้าแป้นแล้น เหมือนไม่ทุกข์ แต่ถ้าแสดงออกเป็นผู้ทุกข์ จะได้แต้ม แต่ถ้าแสดงออกอย่างนี้ ก็จะได้แต่เสียงของคนโง่ ตอนนี้ไม่ว่าฝ่ายขวา หรือซ้าย ถ้าสงบแล้วได้คะแนนทั้งนั้น นอกจากสงบแล้ว ศึกษา อ่านพฤติกรรมสังคม

สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน อุปาทายรูป 24 โดยย่อ รูป 28 มี มหาภูตรูป 4 อุปาทายรูป 24 มีปสาทรูป กับโคจรรูปทำงานร่วมกัน เกิดปฏิกิริยา interaction ผู้อวิชชาจะมีการปรุงแต่ง เป็นอิตถีภาวะเส มอ ถ้าอ่านลักษณะอิตถีภาวะ และปุริสภาวะ สามารถแยกวิจัย ลิงค แยกความต่างของอาการ 2 อย่างนี้ออกว่า อาการนี้เป็นอิตถีเพศหรือปุริสเพศออก 2 อย่างนี้ ผู้ที่เรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้า จนมีลักษณะ 4 นี้ได้อยู่ในอำนาจ สามารถทำให้อยู่ในอำนาจของตน ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดได้แล้ว เมื่อมันมีอาการของอิตถีภาวะ ก็หยุด สันตติ ไม่ต่อ ถ้าเกิดต้องให้เกิดปุริสภาวะเสมอ ไม่ให้มีอิตถีภาวะซ้อน ลักษณะอุปจยะ จะเคลื่อนเกิดขึ้นมา อย่าให้เกิดสันตติ อย่าให้ต่อ ทำไว้แต่อาการที่ควรให้เกิด (อุปจยะ) ผู้ที่สามารถปรุงแต่งพลังงานนี้ให้เกิดด้วยภูมิปัญญา คนตำหนิอาตมาว่าแสดงธรรมไม่สุภาพ แสดงธรรมแรงไป นัจจะ คีตะ วาทิตะ สุ้มเสียง สำเนียง เรียกว่าคีตะ ภาษาร้อยกรอง คือวาทิตะ คีตะที่ทำเสียงเน้นหนัก หรือบางทีเบา บางทีร้องเพลง เช่น เพ่งมองผ่านเมฆ ทำสุ้มเสียงสำเนียงลีลา ก็ทำออกไป มีคีตะ วาทิตะ ออกมาเป็นอภิสังขาร ปรุงแต่งเป็นกระบวนการ มีลักษณะแสดงออกไป เป็นองค์รวม คนก็ว่ารุนแรง อาตมาทำด้วยอุปจยะ สันตติ มีมุทุตา ลหุตา กัมมัญญตา เป็นวิการรูป 5 ไม่ได้ทำด้วยกิเลส ทำด้วยความรู้ตัว ปรุงแต่งอภิสังขารอย่างผู้รู้ ขณะนี้ใช้ทั้งลักษณะ 5 ออกมาเป็น กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ออกมาเป็นทั้งท่าทาง และสุ้มเสียง สำเนียง เป็น วิการรูป ลหุตา มุทุตา กัมมัญญตา อาตมาสามารถรู้ว่าที่อาตมาพูดนี้ อาตมาประมาณแล้ว ปรุงแต่งแล้ว คำนวณแล้ว ทำอย่างลหุที่สุดแล้ว นี่ลหุที่สุดแล้วสำหรับยุคนี้ สำหรับยุคฮาร์ดร็อคหูแตก ถ้าจะมาร้องเพลงอมตะนิ่มๆ ก็ได้แต่คนแก่ คนวัยรุ่นไม่ฟังหรอก อาตมารู้จักกาลัญญุตา ถึงได้ปรุงแต่งออกมาอย่างนี้ ขนาดนี้

ท่านจันทร์ว่า...พ่อครูได้กล่าวถึงคำว่ายิ่ง ว่ามี 2 นัยยะ ได้ทั้งดี และเลว แต่ทำให้เพิ่มได้มาก ทั้ง 2 นัย และพ่อครูได้พูดถึงสัมประสิทธิ์ได้ 2 นัยเช่นเดียวกัน

พ่อครูว่า...อาตมากำลังขยายความรูป 24 เอาโครงสร้างธรรมะพระพุทธเจ้าที่ได้ร้อยเรียงไว้ มาขยายความ เชื่อมความสำคัญให้เข้าใจ คำว่าลักษณะ หรือ ลักขณะ สำหรับผู้รู้ อาการแสดงออกและทำได้ด้วย ทางภายนอกคือ กายวิญญัติ ก็มีแค่ นัจจะ คีตะ วาทิตะ องคาพยพร่างกายเนื้อตัวเราที่เคลื่อนไหว กระดุกกระดิก เป็นกายวิญญัติ แต่ถ้าไม่กระดุกกระดิกเลย มีแต่เสียงออกไป ก็เป็นวจีวิญญัติ โดยเฉพาะทางเทคนิค ก็มีแค่ได้ยินเสียง ก็มีวจีวิญญัติ อย่างเดียว แต่ถ้าดูภาพ ก็มีปากที่เคลื่อนนิดหน่อย ในวิการรูป 5 ก็มี กายวิญญัติ วจีวิญญัติ และมี ลหุตา คือเบา มุทุตา กัมมัญญตา มุทุคือ จิตวิญญาณ จะมีธาตุที่แววไว เอาภาษาบาลีมาเรียก เป็นสภาวะของจิต มุทุภูตธาตุ เป็นธาตุจิตที่มีสภาพ มุทุ เร็วไว คล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นเชิงปัญญา หรือเจโต แม้ static มันนิ่ง แต่มันเคลื่อนได้เร็วนะ ทั้งคู่ ทั้งเจโต และปัญญาเปลี่ยนได้ทั้งคู่ ได้เร็วไวด้วย เจโตมันเคลื่อนได้เร็ว หยุดก็เร็ว ตัวมันเคลื่อนได้เร็ว นอกจากเร็วแล้วก็แรงด้วย เจโต คุณสมบัติสูงมาก มุทุภูตธาตุ ผู้ที่มีปัญญารู้จัก อาการพลังงาน จะกำหนดได้ทัน ผู้ที่เป็นพระอรหันต์ เป็นพระโพธิสัตว์ จะรู้ว่าอาการ ลหุอย่างไร อาตมาประมาณแล้วว่าควรพูดเสียงดังขนาดนี้ ออกอาการ หน้าตา เนื้อตัว การเคลื่อนไหว ใช้สุ้มเสียง คีตะ วาทิตะ หาคำมาปรุงแต่งขนาดนี้ ออกมาให้พอเหมาะ เป็นสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 อาตมาว่าได้ประมาณแล้วนะ ในสังคมคนตาบอด หูหนวก หนังหนาด้วย ก็ต้องปรุงแต่งอย่างนี้ จะมาทำแสงให้คนตาบอดรู้สึกได้ ต้องยิ่งกว่า แสงเลเซอร์ เสียงที่จะให้คนหูหนวกได้ยิน ก็ต้องขยายเสียงมากหน่อย ถึงพอได้ยิน หนังหนานี่ หนายิ่งกว่าคอ_นก_รีต หรือเปล่า? เป็นภาษาไทยนะ คอ_นก_รีต ส่วน คอนกรีต มาจากภาษาอังกฤษนะ บางกอกนี่ภาษาไทย แต่อังกฤษ แบงคอค จะเข้าใจคำว่ารูปธรรม รูป 28 เขาไม่เรียนกันเลยในนักปฏิบัติธรรม ถ้าไม่เรียนรู้รูป 28 จะปฏิบัติอะไรไม่ออก เพราะไม่รู้อุปจยะ ว่าเริ่มเกิด รู้ทันไหม มีอะไรแตกต่าง จะรู้ละเอียดเลยต้งแต่เริ่ม 2.วิการ จะรู้ว่าเบาบางละเอียด แม้ละเอียดสองละเอียด อันหนึ่งบางสองบาง อันหนึ่งบางกอก อันหนึ่งบางมด สรุปความแตกต่างของสถานที่ จะรู้ลักษณะพวกนี้ชัดเจน จะเริ่มเกิดอุปจยะ มีบางเบาขนาดไหน ลหุตาก็รู้ จิตคุณมุทุตา แววไว ปรับรู้ปรับเห็น ปรับเป็น ปรับตามได้ เก่ง ลักษณะของคนที่มีประสิทธิภาพ รู้แล้วว่ามันเกิด จะให้ต่อหรือไม่ต่อ ถ้าเกิดสิ่งที่เป็นกุศลจะให้ต่อ สันตติก็ต่อไป ถ้าขนาดนี้พอเหมาะ ไม่ให้เกิดอีกก็ตัด สันตติ ควบคุม สันตติได้ อุปจยะได้ อันไหนเป็นอกุศลไม่ให้เกิด บาปไม่เกิดแล้ว มีแต่กุศล ในปรมัตถสัจจะ พระอรหันต์ขึ้นไปไม่ทำบาปแล้ว ทำแต่กุศล จะกุศลอย่างไร ก็มีแต่จะชรตา อนิจจตา ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับมันอีกจะเสื่อม แต่คนอวิชชาไม่หยุดหรอก ทำอนิจจตาไม่เที่ยง จะอยากให้มี อยากให้เป็น อยากให้ได้ ตลอดเวลา ลักษณะ 4 อย่างนี้ ชรตา อนิจจตา พระอรหันต์จะรู้ว่า อะไรจะให้ อนิจจตา ถ้าเป็นความชั่ว อกุศล ก็ให้มันเสื่อม ปล่อยมันไปเลย หรือสัมประสิทธิ์ Coefficient เสริมแรง ส่งมันให้ตายไปเลย Kick it out ส่งไปเลย ส่วนกุศลจะให้เที่ยง ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำให้นานได้ ถ้าไม่ทำ ก็จะดูของตัวเอง อุปจยะไม่สันตติ ก็ไม่ต่อ แต่ถ้าจะต่อ ไปสัมพันธ์กับผู้อื่น ไปมีประโยชน์ หรือโทษต่อผู้อื่น แต่ผู้บรรลุธรรมสูงสุดแล้ว ย่อมรู้คุณและโทษ ย่อมจะไม่ทำสิ่งที่เป็นโทษแน่ มีแต่คุณทั้งนั้น ไม่ทำในสิ่งที่เป็นโทษเด็ดขาด เพราะรู้จักลักษณะต่างๆของกรรม ของพลังงาน เมื่อกระทำแล้วต้องรู้จักประมาณให้เบาที่สุด ลหุตาของกรรมที่เราสังขาร ปรุงแต่ จัดทำ ขึ้นมา สังขารอย่างอภิสังขาร อาตมาสังขารอย่างอภิสังขาร อปุญญาภิสังขาร คือสังขารอย่างไม่เป็นบาป อปุญญาไม่ได้แปลว่าบาปนะ คือไม่มีบาป แต่ไม่มีบุญด้วย เพราะถ้ามีบาปอยู่ต้องมีบุญ ใครที่มีบาปอยู่ต้องใช้บุญล้างมันให้มด ถ้าใช้บุญตัวสุดท้ายล้างบาปตัวสุดท้ายได้ ก็ไม่ต้องใช้บุญอีก สิ้นบุญสิ้นบาป ผู้จะทำ จะรู้วิการรูป 5 กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ทำโดยมหาปเทส 4 สัปปุริสธรรม 7 ทำด้วย มุทุภูตธาตุ ลหุตา กัมมัญญตา อาตมาเรียกมุทุภูตธาตุว่า จิตหัวอ่อน แต่เขาแปลกันว่าจิตอ่อน คือ จิตว่านอนสอนง่าย จะให้เป็นอะไรก็ง่าย ไม่ให้เป็นอะไรก็ง่าย เป็นอมตบุคคล จะให้เป็นบัญญัติอะไรก็ได้ จะให้เกิดก็ได้ จะให้ตายก็ได้ จะให้ไม่เกิดก็ได้ จะให้เกิดก็ได้ ผู้นี้จึงทำด้วยตัวเอง ผู้มีมุทุภูตธาตุ ทำตัวเอง ตั้งแต่อรหันต์จนถึงพระโพธิสัตว์ จะทำให้เกิด หรือตายอย่างเหมาะสม เป็นการกระทำที่เหมาะควร ผ่านสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ถือว่า ลหุทั้งสิ้น อาตมาออกเสียงดังขนาดนี้ แรงขนาดนี้ ท่าทีแข็งกร้าวขนาดนี้ ลหุ เหมาะสมกับ กาลัญญุตา ยุคตาบอด หูหนวก หนังหนา แล้วรู้สึกกัน บ้างไหม หูได้ยินไหม ตาได้เห็นแสงไหม หนังหนานี้ รู้สึกไหม ยิ่งกว่าคอนกรีต แบริเออร์

อาตมาเอาภาษาบัญญัติพระพุทธเจ้าในศาสนาพุทธ เอามาสาธยายให้รู้สภาวะความจริงต่างๆ เป็นหน้าที่ของอาตมา ไม่ใช่อาตมาอวดตัวอวดตน เป็นหน้าที่ หน้าที่อาตมาต้องทำ ขออภัยต่อท่านผู้รู้บวชก่อนเป็นภันเต อาตมาต้องมาสอนท่าน บอกท่าน เตือนท่าน ให้ท่านสะดุดฉุกคิดว่า อาตมาพูดนี้ผิดหรือถูก ใช้ได้ ใช้ดีไหม อาตมามาทำหน้าที่ของอาตมา แม้ที่สุด อาตมาหมายถึงใครบ้าง คนเก่าแก่ บุพกาล พูดไปจนน่าหมั่นไส้ แต่มันก็ต้องพูด เพราะอะไร อาตมาพูดนี้ รู้ว่าที่พูดไปมีคนยอมรับ ได้ประโยชน์ส่วนใด คนส่วนใหญ่จะไม่ยอมรับ ไม่ได้รู้สึกประหลาดอะไร เหมือนพระพุทธเจ้าสมณโคดมอุบัติขึ้นมา เมื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า จะสอน แล้วก็ตรวจโลก ว่าโลกนี้มันจะสอนไหวไหมนี่ จะสอนได้ไหมนี่ ปริวิตกแรก พอตรวจแล้ว ก็พบว่าไม่ไหว จะคุ้มไหม เสร็จแล้วสหัมบดีพรหมคือ จิตเมตตารวมกันหมด พูดเป็นปุคคลาธิษฐาน พูดเป็นธรรมาธิษฐานคือ ธรรมคุณ เมตตาทั้งหลายรวมตัวกันเร็วเท่าเหยียดแขนออก คู้แขนเข้า เร็วเท่าไก่ปรบปีก ช้างกระดิกหู ก็พบว่าคนพอสอนได้ คนมีดวงตาเห็นธรรมได้อยู่ ก็ไม่แปลกที่วันมาฆบูชา จะมีพระอรหันต์รวมกันได้ทัน 1,250 รูป องค์อื่นก็จะได้มากกว่านี้ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าพระพุทธเจ้าองค์นี้ มีความสามารถต่ำกว่าองค์อื่น แต่เพราะว่าคนมีคุณภาพเท่านี้ ไม่ได้อยู่ที่ตัวปั๊ม แต่อยู่ที่ตัววัตถุ มาให้ปั๊มได้เท่านี้ นอกนั้นมันกระจายไป กระเด็นไปหมด วัตถุที่มาให้ปั๊มนี้ไม่ได้ หรือได้แค่นี้

ยิ่งเข้าใจตัวเองเลยว่าในยุคนี้ พระพุทธเจ้ายังไม่ยอมเกิดเลย เพราะว่าเกิดมาแล้วเสียของ เหมือนปั๊มคุณภาพขนาดพระพุทธเจ้ามานี้เสียของ ไม่คุ้ม ของราคาสูงมาก แต่มาทำแล้ว คิดทางเศรษฐศาสตร์แล้ว ขาดทุนยิ่งกว่าพระได้หวี ขาดทุนยิ่งกว่า นิ้วด้วนได้แหวน ขาดทุนยิ่งกว่า ตาบอดได้แว่น ในยุคนี้พระพุทธเจ้าเกิดไม่ได้หรอก มีแต่พระโพธิสัตว์ แล้วต้องทนอย่างอาตมา ถ้าไม่ทนทานนี้ไม่อยู่แล้ว เพราะว่าเห็นแก่ศาสนาพุทธ เพราะว่ากตัญญูกตเวทีต่อศาสนาพุทธ อาตมาได้ดิบได้ดีมาขนาดนี้ เพราะได้จากธรรมะพระพุทธเจ้า ไม่มีอะไรที่จะต้องระลึกถึงบุญคุณเท่าอันนี้เลย อาตมาอาจจะได้ความรู้ ทางโลก จะมีความเก่งทางอักษรศาสตร์ รู้จักเอง ทั้งอย่างอื่น แต่ไม่ค่อยมีอะไรให้อวดเท่าไหร่ เท่าที่มี มีแต่เจตนาจริงใจ อาตมามีแต่ธรรมะ แล้วเป็นธรรมะโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า อาตมากล้าพูดว่า ในสัมมาทิฏฐิ 10 ยุคนี้ คุณไปหาเลย ไม่มีใครเอามาใช่ไหม ถ้าไม่มีโพธิรักษ์เกิดมาในยุคนี้ สัมมาทิฏฐิจะหายไปเลย จะไม่มีใคร ได้ฟังว่า นัตถิทินนัง คืออะไร นัตถิยิฏฐัง คืออะไร… สมณพราหมณา สัมมัคตา เยอิมัญจโลกัง ปรัญจโลฯ อันนี้มีเปรียญ 9 ให้อาตมานะ ไม่ให้ใช้คำว่า พระ แต่ให้ใช้คำว่า สมณพราหมณ์ ไม่ได้ขอนะท่านให้มาเอง คุณจรวย หนูคง จากกรมการศาสนาเป็นเปรียญ 9 นิติศาสตร์ พอให้มาแล้ว มหาระแบบท้วงว่า สมณพราหมณ์ คือพระอรหันต์นะ ไปให้ได้อย่างไร ก็ตกลงกันแล้วนะ คือไปใช้คำอื่นไม่ได้เลย ในกฏหมายห้ามไว้เกือบหมด แต่ไม่มีคำว่า สมณพราหมณ์นี้ไม่ได้ห้ามไว้ คำว่าสมณะก็ไม่มี อาตมาก็เป็นตามที่ท่านตกลงอนุมัติ ตั้งแต่บัดนั้นมา เราก็เป็นสมณะ ก็ยิ่งลงตัว ทุกอย่าง คุณเอาพระ ภิกษุไป พ่อครูว่า...ที่ผมแสดงท่าทีลีลาออกไปแล้วมีคนว่า ไม่ใช่ผมไม่รู้ แต่พูดให้ชัดว่า ผมไม่ได้เกรงกลัว หวั่นไหว ในคำติของคน แต่ไม่ใช่ว่าหน้าด้าน หรือดื้อด้าน แต่ผมเอาตามมหาปเทส 4 สัปปุริสธรรม 7

ท่านจันทร์ว่าว่า...จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน