350218 ขยะเอ๋ย ประชุมที่ศีรษะอโศก โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์.docx
เนื้อหาในไฟล์
350218 ขยะเอ๋ย ประชุมที่ศีรษะอโศก โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์
ขยะเอ๋ย โดย พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ประชุมที่ศีรษะอโศก เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2535
ข้อมูลที่ไม่สนุก เอ้า ฟังดู ข้อมูลที่ไม่สนุก แค่แง่เดียว ประเด็นเดียวเท่านั้น 1. ท่านทราบหรือไม่ว่า ในแต่ละปี คนอเมริกันได้สร้างมลพิษประเภทขยะ โดยการทิ้งใบมีดโกนสองพันล้านใบ ปากกาลูกลื่นหนึ่งพันล้านหกแสนด้าม เส้นยางรถยนต์ 220 ล้านเส้น นี่ข้อหนึ่ง ท่านทราบหรือไม่ว่า เขาบอกตัวเลขมาเลยนี่ ทราบหรือไม่ เราอาจจะบอกว่าไม่ทราบ เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้ แต่จงทราบไว้ 2. ท่านทราบหรือไม่ว่า ช้างป่าแอฟริกานั้น ทั้งทวีป ในปัจจุบัน มีอยู่ไม่เกิน 625,000 ตัว ลดลงถึง 50% ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา หมายความว่า เหลือประมาณสามแสนเท่านั้น เท่านี้ สามแสนเศษ 3. ในสังคม ใช้แล้วเหวี่ยงทิ้ง นึกดูนะว่า สังคมไหน สังคมที่มีสภาพว่าใช้แล้วเหวี่ยงทิ้ง ไอ้ใช้แล้วเหวี่ยงทิ้งนี่ อะไรก็แล้วแต่เถอะ ใช้แล้วเหวี่ยงทิ้งนี่ทั้งนั้นแหละ ไอ้ปากกาลูกลื่น ไอ้ใบมีดโกน ไอ้ทิชชู่ ไอ้อะไรที่ใช้แล้ว เหวี่ยงทิ้งนี่ มีสารพัดเลยเดี๋ยวนี้น่ะ ในสังคมใช้แล้วเหวี่ยงทิ้ง อย่างสังคมอเมริกัน ในแต่ละปีจะมีขยะจากผลพวงดังกล่าวนั่นถึง 160 ล้านตัน พอที่จะสุมสนามฟุตบอลได้พูนๆ ได้ถึงพันสนาม แล้วถ้านำขยะนั้นใส่รถพ่วง ก็จะได้ขบวนคอนวอยรถขยะยาว ครึ่งทางระหว่างโลกกับดวงจันทร์ ขยะที่ใช้แล้วเหวี่ยงทิ้งเดี๋ยวนี้มีมากเลย เพราะพวกพ่อค้านี่มันจะเอาแต่ทำสินค้าแบบนี้ เพื่อลูกค้าจะได้ซื้อสินค้าใหม่เรื่อยๆ ใช้แล้วเหวี่ยงทิ้ง ไอ้ใบยิลเล็ตนี่ เป็นความคิดของคนพวกเขา เคยว่าเป็นวิธีการของพวกเศรษฐีอย่างหนึ่ง นายยิล ที่ทำใบมีดโกน ที่เคยคิด ใครเคยอ่านประวัตินี่ ยิลเล็ต นี่เขาคิดว่า จะหาอะไรน่ะ ให้คนใช้แล้วต้อง
อ่านต่อ
เหวี่ยงทิ้ง ใช้แล้วต้องทิ้ง แต่ต้องใช้ จำเป็นต้องใช้ ตื่นเช้าขึ้นมาต้องใช้ๆๆ แต่ใช้แล้วต้องเหวี่ยงทิ้ง เขาถึงจะได้เป็นมหาเศรษฐี เขาคิดหา จนสุดท้าย มาสร้างใบมีดโกนยิลเล็ตนี่ขึ้นมาได้ ฉะนั้นคนตั้งแต่ปีโน้น ใช้มีดโกนยิลเล็ต ใช้โกนๆๆ แล้วก็เหวี่ยงทิ้ง โกนแล้วก็เหวี่ยงทิ้ง ใช้ได้ไม่กี่ครั้ง เพราะว่าจะลับเองก็ไม่ได้ ทำอะไรอีกก็ไม่ได้ จึงต้องเหวี่ยงทิ้ง แล้วใช้ใบใหม่ ไปซื้อใบใหม่ ซื้อใบใหม่ๆ นายยิลเล็ต เป็นมหาเศรษฐีเพราะทำใบมีดโกนยิลเล็ตนี่ เป็นเจ้าต้นตำรับใบมีดโกน ถ้ามาเจออาตมาใช้ใบหนึ่ง ปีหนึ่ง นายยิลเล็ตไม่ได้เป็นเศรษฐีหรอก ถ้าเจอคนอย่างอาตมา เพราะอาตมาใช้ใบมีดโกนนี่ปีหนึ่ง ใช้ใบหนึ่ง แต่ของต้องดีหน่อยนะ ของดีๆ อย่างของญี่ปุ่น ไอ้ตราขนนกน่ะ ใบหนึ่ง อาตมาใช้ใบหนึ่งปีหนึ่ง ใช้ทั้งโกนหัว ทั้งโกนหนวด ถ้าธรรมดาโกนหนวดยิ่งจะนานกว่านั้น ธรรมดาคนฆราวาสนี่ เขาจะโกนแต่หนวดใช่ไหม โกนกัน กัน อาตมาใช้ทั้งโกนหัวทั้งโกนหนวด ใบหนึ่งปีหนึ่ง เทคนิค ไม่มีเทคนิคอะไรมากเลย โกน แล้วก็สะบัดใบนี่ สะบัดๆๆ โกนแล้วก็เก็บ เก็บแล้วก็มาสะบัดๆ แล้วก็โกน โกนเสร็จแล้วก็สะบัดๆ แล้วก็เก็บอยู่ในด้ามมีด ไม่เคยว่าจะต้องเอาใบมีดโกนไปวางไว้ เอาใบมีดโกนไปวางกลางนี่ มันจะคมขึ้น อาตมาไม่เคยเชื่อ แล้วก็ไม่คิดว่า มันจะคมได้ สะบัดนิดเดียวแล้วมันคมขึ้น สะบัดใบมันจะตั้ง ใบมันบาง ใบมันบางชนิดหนึ่ง ไอ้คมนี่มันจะบางมากเลย สะบัดนี่ได้ผลแน่ ก็สะบัดเอา สะบัดโกน หา เดือนหนึ่ง สี่ครั้ง ไม่ใช่น้อยๆด้วย เดือนหนึ่งโกนสี่ครั้งแน่ะ หัวอาตมา อาตมาโกนสี่ครั้ง อาทิตย์หนึ่งโกนครั้ง หา ถ้ายิลเล็ตเจออาตมา ไม่ได้เป็นเศรษฐีหรอก แต่ไปเจอคนอื่นเท่านั้นแหละเป็นเศรษฐี เจอคนอย่างอาตมาเสร็จ ป่านนี้ร้องไห้ไปนานแล้ว ยิลเล็ต แต่แกก็ตายไปแล้ว เป็นเศรษฐีไปแล้ว ใช้แล้วเหวี่ยงทิ้ง เดี๋ยวนี้เขาคิดแต่ใบมีดโกน หลายๆอย่าง ยังไม่ได้คิด เห็นได้เลยว่า สินค้าหลายๆอย่าง ที่ซื้อมาใช้นี้ แก้ไม่ได้ ซ่อมต่อไม่ได้น่ะ มันเสร็จ จบ ต้องทิ้งเลย ไม่ตลอดใช้ นี่เราใช้ที่จำเป็น ไอ้ของใช้หลายๆอย่าง ที่พวกนั้น ไม่มีประเภทใช้แล้วก็แก้ได้ อย่างปากกาลูกลื่นนี่ ใช้พอเขียนได้ ไม่ทำหรอก พอใช้เสร็จปั๊บเท่านั้น โยนทิ้งไปเลย ไปซื้อใหม่ ซื้อใหม่ๆๆเรื่อยไป แล้วจะเป็นขยะได้เต็มไปหมด มีหลายอย่าง เครื่องใช้ อย่างของผู้หญิงก็มีเยอะเลย นี่คิดดูเอาเองแหละ เยอะ ใช้แล้วต้องทิ้ง ซ่อมก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ต้องทิ้ง ไม่ใช่น่ะ ของซ่อมนี่ จำพวกนี้จะไม่ใช้ อันนั้นมันเหมือนเติมอะไรได้น่ะ อย่างปากกานี่ ลักษณะของใช้คล้ายๆ อย่างนี้น่ะ แต่ก็ต้องทิ้ง มันบังคับให้ต้องทิ้ง มันซ่อมอีกไม่ได้ เติมอีกไม่ได้ พอจับได้ อย่าไปจับคมมันซี จับคมมันสะบัดก็บาดมือตาย จับได้แล้ว เอาไปสะบัดตรงไหน หละนั่นอย่างนั้นน่ะ ก็สะบัดใบ ใบมันก็อยู่กับตัวไอ้นั่นแล้ว ก็สะบัด สะบัดไม่ดี ก็ ผ่าตรงนี้ ขนาดอาตมาสะบัดมานี่ ได้สิบกว่าปีแล้ว ยังเคยผ้าขาดเลย เคยสะบัดพลาดผ้าขาดนี่เคย แต่ไม่เคยสะบัดถูกเนื้อตัวเอง ขาดจนกระทั่งไปเฉาะเนื้อตัวเองไม่เคย แต่เคยเฉพาะผ้าขาด เคยดูเหมือนจะครั้งหนึ่ง เคยผ้าขาด 4. ในกระดาษหนึ่งตัน หรือ 1,000 กก. ถ้าจะนำมาหลอมแล้วนำกลับไปใช้ใหม่ คุณทราบหรือไม่ว่า จะเป็นการประหยัดเนื้อไม้ได้เกือบ 2,000 กก. และประหยัดน้ำได้ถึง 24,000 แกลลอน ถ้านำกระดาษนี่กลับมาทำ recycle นำกลับมาทำใช้ใหม่ ในกระดาษหนึ่งตัน 5. อลูมิเนียมเพียงหนึ่งแผ่น ถ้าเรานำกลับมาใช้ใหม่ สามารถประหยัดพลังงานได้เท่ากับ กระแสไฟฟ้าที่ใช้กับโทรทัศน์ได้นานถึงสามชั่วโมง อลูมิเนียมเพียงหนึ่งแผ่น หมายความว่าอะไร ถ้าเรานำกลับมาใช้ใหม่ หนึ่งแผ่น นี่มันโตเท่าไหร่ อลูมิเนียมหนึ่งแผ่นมันแทนได้ ถ้าเรานำกลับมาใช้ใหม่ สามารถประหยัดพลังงานได้เท่ากับ ที่ใช้กับโทรทัศน์ได้นานถึง 3 ชม. เขามีภาษาอังกฤษด้วย เขาบอก throw away life style ชีวิตที่เหวี่ยงทิ้ง throw away life style กำลังเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในสังคมบ้านเรา ก็เห็นว่ามันง่ายและสะดวกดี จะแก้ไขปัญหานี้กันอย่างไร นี่แค่เล็กน้อยน่ะ เรื่องมันเกิดอยู่ เป็นพฤติกรรมมนุษย์โลกธรรมดาแค่นี้เอง ที่อาตมาอยากจะให้พวกเราได้สำนึก แล้วก็ให้ได้ตื่นตัว เราต้องตื่นก่อนใครๆเขา ให้ได้จริงๆ ตื่นก่อน เพราะมนุษย์โลกทุกวันนี้ไม่ชาคริยา ไม่ตื่น มันงมงาย แล้วมันก็หลงอยู่กับไอ้อุปาทาน หลงสิ่งที่ไม่เจริญงอกงาม มันผิดทาง ชีวิตที่ผิดวิถีทางที่จะพาไปเป็นสุข พาพ้นทุกข์ พาไม่ผลาญ ไม่พร่า อะไรก็แล้วแต่ อีกมากมายก่ายกอง ในความหมายที่มันเจริญแท้ของมนุษยชาติ เขาไม่รู้ตัว เราต้องรู้ตัว เราต้องตื่นก่อนเขาให้ได้น่ะ เรื่องขยะนี่ ไม่ใช่เรื่องเล่นนะ อาตมาพูดมานานแล้ว หนังสือแสงสูญ ก็ทำฉบับขยะเอ๋ย มาหลายทีแล้ว ทำมาตั้งไม่รู้กี่เล่มแล้ว ออกขยะเอ๋ย 1,2,3,4 ไม่รู้กี่เล่มแล้ว แล้วคงจะต้องออกอีก ขยะเอ๋ยนี่ จะต้องทำอีก ระดมเพื่อที่จะหาข้อมูล เพื่อที่จะหาวิถีทาง ที่จะทำอย่างไรที่เราจะรู้จักขยะ แล้วจะต้องจัดการกับขยะอย่างกำไร อย่างปลอดภัย อย่างที่พาให้ดำเนินไปดี ไม่ผลาญ ไม่พร่า ไม่ทำลายแต่กลับมาเป็นสิ่งที่พัฒนา เป็นสิ่งที่อยู่เย็นเป็นสุข เป็นสิ่งที่ไปด้วยดีทั้งนั้น ในเรื่องขยะนี่ มันจะเป็นภัยในการเป็นอยู่ เป็นภัยทั้งในการแย่งชิง เดือดร้อน วุ่น วาย เป็นภัยทั้งไม่สะดวก ไม่สะอาด อะไรทั้งนั้น เรื่องขยะนี่ เป็นเรื่องใหญ่จริงๆ ที่นำมาพบกันคราวนี้ก็อยากจะให้พวกเรา อย่างน้อยที่สุดอาตมาอยากจะให้พวกเราไปตั้งกลุ่ม ไปตั้งชมรมกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน จังหวัดไหน กลุ่มชาวอโศกในที่ใดนี่ ให้พยายามที่จะต้อง คือตั้งใจให้กิจกรรมจริงๆ ขณะนี้เรามีกิจกรรม เกี่ยวกับการกสิกรรมนี่ เป็นต้น ซึ่งกสิกรรมก็ว่าไปแล้ว เราก็พยายามที่จะพัฒนา สร้างสรรหรือว่าศึกษา คืออยากให้มันเป็นความรู้ แล้วก็เป็นความเจริญอะไรจะได้เกิดขึ้นมา อย่างเราตื่นตัวในการกสิกรรม แล้วเราก็กระทำเป็น กสิกรรมธรรมชาติ บอกแล้วน่ะว่า ชาวอโศกเราไม่ใช้คำว่า เกษตรกรรมธรรม ชาติ เราจะใช้คำว่า กสิกรรมธรรมชาติ เท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจะไม่ไปแย่งกับใครแล้ว แต่ก่อนนี้แย่งกันจัง เกษตรกรรมธรรมชาติ ฉันเป็นผู้นำมา เป็นผู้อันนั้นอันนี้ เดี๋ยวนี้เลิก เราก็มีทางออกได้แล้ว เราเรียกกสิกรรมธรรมชาติ ทำไมเราเรียกกสิกรรม ก็รู้กันอยู่แล้ว มีเหตุผลหลักว่า กสิกรรม ไม่ได้หมายถึงปศุสัตว์ แต่เกษตรกรรมรวมทั้งปศุสัตว์เข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นของเรานี่กสิกรรมเท่านั้น เป็นกสิกรรมเกี่ยวกับพืชไม่มีปศุสัตว์ ไม่มีเกี่ยวกับเรื่องสัตว์ เพราะเราเองทานมังสวิรัติ เพราะฉะนั้นเราจึงปลีกออกมาได้เลย เรียกว่าเราแยกออกมาได้ อาตมาคิดว่าสำเร็จแล้ว ตอนนี้เราติดปากเป็นเกษตรๆๆ พยายามนึกไว้ว่า เราจะพูดอย่างนี้ พูดกสิกรรมให้ได้ กสิกรรมธรรมชาติ ฉะนั้นถ้าขึ้นว่ากสิกรรมธรรมชาติ หมายถึงชาวอโศก เราทำให้ได้ไปเลย ถ้าบอกถึงเกษตรธรรมชาติจะหมายถึงใครก็ตามแต่ บางทีอาจจะดึงเราไปรวมด้วยก็ได้ แต่ถ้ากสิกรรมธรรมชาติแล้วละก็ เอาละ มันเป็นแนวของเรา จะเป็นแนวของเราเลย กสิกรรมธรรมชาติ มันจะเจริญงอก งามเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ จะเป็นแนวทางของเรา กสิกรรมธรรมชาติ เราไม่ได้เป็นชมรม หรือว่าเป็นแผนก หรือว่าเป็นกสิกรรมด้านใดๆ กสิกรรมก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้นขยะมันสำคัญอย่างนี้เหมือนกัน ต้องเอาจริงเอาจัง ต้องศึกษา อาตมาเคยนึกอยู่ว่ามหาวิทยาลัยน่าจะตั้งคณะขยะวิทยา อาตมาไม่ได้พูดประชด หรือว่าพูดเล่น จริงๆเลยนะ น่าจะตั้งเป็นคณะที่ใหญ่ เป็นคณะที่จะต้องศึกษา ทั้งวิทยาศาสตร์ ที่จะต้องศึกษาทั้งสังคมศาสตร์ ทั้งเศรษฐศาสตร์ จะต้องศึกษา โอ้โฮ อะไรอีกไม่รู้กี่วิชาเลย สำคัญทั้งนั้นเลย ที่จะต้องจัดการกับขยะนี่ คุณลองนั่งนึกดีๆซิ ลองนั่งคิดดูดีๆซิ มันเกี่ยวพันไปหมดเลย อะไรต่ออะไรต่างๆนานา แม้จะอยู่ในภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อม นิเวศวิทยา มันอยู่ในขยะวิทยา จะต้องศึกษาสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเลย จะมีวิชาที่ศึกษามากเลย จะต้องมีความรู้เหล่านั้น ถึงจะมาจัดการกับขยะนี่ได้เจริญดี ไม่ใช่คณะเล็กๆนะ คณะใหญ่ คณะที่จะต้องศึกษาอย่างหนักเลย ไม่ใช่ศึกษาเบาๆ หนัก แล้วพวกนี้สำเร็จได้นี่ ต้องเจ๋งจริงๆ และถ้าเผื่อว่าทางโลกก็จะร่ำรวยๆ ขยะวิทยานี่ ร่ำรวยจริงๆ ขอยืนยัน ร่ำรวย แต่อาตมาก็ไม่มีฤทธิ์มีแรงที่จะไปให้ใครเขาเห็นดีเห็นชอบ แล้วก็ไปศึกษา แล้วก็ไปดำเนินการ มหาวิทยาลัยใดก็เฉย ไม่มีวิทยาลัยใดเขาคิดเลย มีแต่อาตมาคิดบ้าฟุ้งอยู่คนเดียวจริงๆ ในขยะวิทยานี่ อาตมาเคยพูดด้วยซ้ำไปว่า มันมีภาษาที่เขาเขียนแล้ว อยู่ใน GEOGRAPHIC แล้วมันก็ อาตมาก็ว่าใช้ได้น่ะ ภาษาอังกฤษเขาก็ใช้ตั้งชื่อเรียก จะล้อเล่นหรือว่าจะจริงก็ตามแต่ เขาตั้งว่า GARBO LOGY วิชานี้ GARBOLOGY มาจาก garbage ซึ่งแปลว่าขยะ นี่ มันก็ใช้ได้เลย มันจะอะไรลงๆไปที่ภาษา ไอ้ที่ศาสตร์ต่างๆ มันก็ลงท้ายยี่ๆๆ นี่เยอะนา ไอ้นี่ GARBOLOGY น่ะ มันก็ตั้งได้ทีเดียว เอ้า เจ้ากรมชัดดี มีอะไรจะเจรจาพาทีก่อน ดูซินั่น เอาไมโครโฟนไป คิดว่าจะควรพูดในเวลาอันไม่ยาวนัก ต้องให้เวลาอาตมาไปอาบน้ำ อาบท่า หรืออะไรต่ออะไรบ้างน่ะ เดี๋ยวหกโมง อาตมาจะขึ้นเทศน์มาฆบูชา เอาลองดู ชัดดี : ขอโอกาสครับ กราบนมัสการพ่อท่านและสมณะทุกรูป เจริญธรรม ญาติธรรมทุกท่าน เรื่องขยะนะครับ ก็อยากจะให้ดำเนินการแต่ละพุทธสถานก่อนนะครับ เสนอความคิดว่า อยากจะมีในกลุ่มต่างๆ คิดรวมกลุ่มกันก่อน เพราะว่าเท่าที่ผ่านมานี่ยังกระจัดกระจาย คือกลุ่มขยะเอ๋ยนี่ ไม่ใช่เฉพาะแต่เก็บขยะเท่านั้นนะฮะ แม้แต่งานครัว งานล้างส้วม งานล้างจาน งานเก็บหาง คือมีผู้ปฏิบัติงานอยู่ โดยเฉพาะงานล้างกิเลสคน ตอนนี้ก็ยังรวมกันไม่ติด พ่อท่าน : ไม่มีคนที่จะเอาภาระจริง เห็นว่าเป็นงานต่ำ หรือเห็นว่าเป็นงานไร้ค่า อะไรอย่างนี้ อาตมาว่าค่ามันมากมาย เพราะมันเกี่ยวถึงชีวิตของเรา ชีวิตของเราแต่ละคน ในสังคมนั้นๆ เอ้า เอาต่อ จะได้เสร็จ ชัดดี : มีความคิดว่า เออ น่าจะรวมกลุ่มกันหน่อย พบปะกันหน่อยน่ะ แต่ละพุทธสถาน หรือว่าร้านชมร. หรือว่ากลุ่มต่างๆ หรือว่าศูนย์มังสวิรัติอะไรอย่างนี้น่ะ เพราะว่าผมไปนั่งร้านชมร. ไปกินข้าวที่ร้านชมร. เอ๊! คนกินข้าวเหลือเยอะนะ เสียดายข้าว คนข้างนอกเขา เราน่าจะรณรงค์บ้าง เกี่ยวกับเรื่องสร้างวัฒนธรรมไทย ที่สร้างง่าย คือวัฒนธรรมแห่งการไม่ให้เหลืออะไร อย่างนั้นน่ะ เราน่าจะมีวิธีการสร้างสำนึกที่ร้านชมร. หรือร้านมังสวิรัติเราหรือว่าศูนย์มังสวิรัติอะไรอย่างนี้นี่นะ มันน่าจะทำได้ น่าจะตั้งเป็นกลุ่มขึ้นมาก่อน แต่ละแห่งเอาภาระเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อตั้งเป็นกลุ่มแล้ว เราก็มาตั้งองค์กรกลางอีกทีหนึ่ง ก็คือชมรม ไม่รู้ว่าจะชื่ออย่างไรนะ ผมเสนอความคิดไปก่อนน่ะ เป็นชมรมขยะวิทยา อะไรที่พอจะฟังได้ ถ้าเป็นกลุ่มนี่ กลุ่มขยะเอ๋ย ที่นั่นที่นี่ มันก็จะดี ถ้าทำกิจกรรมเผยแพร่ไปก็ กลุ่มขยะเอ๋ย บางทีก็ไปเก็บถุงพลาสติกบ้าง อะไรต่ออะไรบ้าง ในสถานที่ทำงานสำคัญอะไรอย่างนี้ ก็สามารถทำได้ เอาให้เห็นเป็นรูปธรรม แล้วมารวมเป็นชมรมนะฮะ ถ้ามารวมกันเป็นชมรมก็ควรจะเอาตัวแทนชมรมแต่ละแห่ง แต่ละพุทธสถานนี่ เอามาร่วมกัน เอามารณรงค์คิด แนวความคิด ว่าเราจะเผยแพร่อย่างไร เราจะทำอย่างไรกัน อะไรอย่างนี้ มาระดมสมองเป็นประเภทนั้นนะฮะ อันนี้ก็เป็นความคิด ที่เหมือนพ่อท่านกำลังจะรวมอยู่ เอ ผมจะทำอย่างไรดีน่ะ ก็ต้องรวมกันก่อน มาพูดคุยกันก่อนน่ะ ในส่วนนี้ ก็ผม ก็มีความคิดนำไปแค่นี้ก่อนนะฮะ แล้วญาติธรรมอาจจะมีข้อมูลนะฮะ มีบางคนนะฮะ ที่ปฐมอโศก คุณอะไรไม่ทราบ จำชื่อไม่ได้น่ะ เอาหนังสือข้อมูล สถิติเกี่ยวด้วยสิ่งแวดล้อมมาให้ตั้งหลายเล่ม เพราะว่าข้างนอกเขารณรงค์เหมือนกัน เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องอะไรต่างๆ แหม! เยอะแยะเลย หนังสือแต่ละเล่มๆ แต่ตัวปฏิบัตินี่ มันน่าจะเป็นพวกเรามากกว่า ที่จะไปปฏิบัติได้ อันนี้นี่ผมก็เห็นว่า เออ เขามีวิชาการ วิทยาการที่แล้วๆ มา น่าศึกษา (มีเสียงพ่อท่าน...) ครับ เขาจะวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสารพิษครับ อะไรต่างๆนี่ มันจะขยะเอ๋ย มันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เมื่อพ่อท่านรณรงค์เกี่ยวกับเรื่องกสิกรรมแล้วใช่ไหม หรือว่าการกสิกรรมที่ผ่านมาเมื่อกี้นี้แล้ว ก็น่าจะมีการพูดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมไปด้วย ผมคิดว่าเรื่องนี้พ่อท่านเคยเทศน์หลายครั้งแล้วล่ะ เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นเพื่อเราจะได้อนุรักษ์ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้สมดุลนะฮะ ให้สมดุลกับธรรมชาติ เพื่อโลกนี้จะได้พร่องน้อยๆหน่อย เพราะโลกพร่องอยู่เป็นนิจ อันนี้ก็ขอเปิดโอกาส ให้ญาติธรรม แสดงความคิดเห็น หรือพ่อท่านจะมีวิธีการอย่างไรก็ ขอกราบนิมนต์พ่อท่านครับ ก้าวก่อ : กราบนมัสการพ่อท่านค่ะ ดิฉันอุบาสิกา ก้าวก่อ ค่ะ ก็รู้สึกว่า วันนั้นดิฉันกลับไปบ้าน แล้วก็ไปดูรายการโทรทัศน์ ก็รู้สึกว่า เขารณรงค์แล้วก็ต่อต้านเรื่องขยะ โดยเฉพาะเรื่องพวงหรีดนี่ เขาจะรณรงค์ให้เลิกใช้โฟม แล้วหันมาใช้ฟางแทน แล้วเขาก็บอกว่าทุกคนที่ใช้หรีดนี่ ควรจะร่วมมือกัน ผู้ที่มาซื้อนี้ ถ้าผู้ซื้อไม่ให้ค่าของการใช้ฟางนี่ ผู้ผลิตออกมาก็จะไม่มีความหมาย แต่ว่าการที่ใช้ฟางนั้นมันก็ทำได้ช้า ประดิษฐ์ได้ช้ากว่าการใช้โฟม ดิฉันรู้สึกเห็นดีด้วย เพราะพ่อท่านจะเอาจริงเอาจังกับพวกเราก่อนค่ะ ขอให้คำแนะนำแค่นี้ค่ะ พ่อท่าน : เรื่องที่แค่ยกตัวอย่าง แค่เรื่องของพวงหรีดใช้โฟม แทนที่จะใช้โฟมให้มาใช้ฟางนี่ มันเป็นเรื่องปลีกย่อยของขยะวิทยา เป็นเรื่องนิดหน่อยเท่านั้นเอง ที่อาตมาหมายถึงคำว่าขยะวิทยา ว่าเราจะมีชมรมขยะเอ๋ยนี่ มันไม่ใช่แค่ เรื่องทำพวงหรีดอันนั้น เป็นเรื่องย่อย มันมีความรู้และความหมาย คุณลองพยายามตั้งใจฟังดีๆ ดูซิว่าอาตมาหมายขนาดไหน มันเป็นความรู้ที่จะต้องทำ แหม เป็นหลักวิชา เป็นเรื่องอะไรต่ออะไรที่สำคัญ สำคัญอย่างที่เราจะต้องเรียนรู้ มีหลักวิชา มีวิธีการ แล้วอะไรคือขยะกันแน่ ขยะมันมี โอ้โฮ อธิบายได้มากมาย ตั้งแต่ขยะในระดับไหน ใครเคยไปอ่านบันทึกนำเล่มในหนังสือขยะเอ๋ย ที่อาตมาเคยบรรยายไว้นี่ เอาแค่นั้นมาพูด ก็ โอ้โฮ มหาศาลแล้ว ไปถึงนามธรรม ทีนี้ ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก เอาเพียงแค่รูปธรรมก็ต้องศึกษากันจริงๆ จะต้องมาเรียนรู้ วิเคราะห์วิจัยอะไร? อย่างใด? ที่เริ่มต้นเรียกว่าขยะ ขยะจะมีกี่ระดับ ขยะนี่ แม้ขยะในระ ดับที่แท้แล้วนี้ ผู้ดีมีเงินจะเห็นขนาดหนึ่ง วัตถุที่ใช้ขนาดหนึ่ง นี่เป็นขยะแล้ว ในขณะที่ขยะของผู้ดีมีเงินนี่ โอ้โฮ เป็นของที่ชั้นหนี่งของคนจนในระดับหนึ่งแล้ว ไม่ใช่ขยะของเขาเลย ของ อื้อฮือ ชั้นดีของเขาแล้ว มันยังไม่เป็นขยะ แล้วมันจะไล่ลงมาอย่างนี้ ลักษณะอย่างนี้ลงมาอีกตั้งหลายชั้น กว่าจะเป็นขยะจริงๆ แล้วในคำว่า ขยะจริงๆ นี่ มันถึงขนาดไหน จึงเรียกว่าขยะจริงๆ เพราะในขยะนี่มันจะหมุนเวียน ถ้าเรารู้ว่า อาตมาเคยบอกว่า ขี้ ขี้ไก่ กองอยู่ตรงนี้เรียกมันว่าขยะ แต่ถ้าเราช้อนขี้ไก่ไว้ใต้ต้นไม้ มันไม่ใช่ขยะเลย มันเป็นประโยชน์ มันเป็นเนื้อหาสาระของประโยชน์ มันเป็นปุ๋ยอย่างดี ไม่ใช่ขยะ ก็ต้องรู้รอบไปอย่างนี้ทั้งหมดเลย ต้องรู้รอบ ตรงไหนเป็นที่สำคญ ตรงไหนว่าจะต้องเปลี่ยนอะไร มันจะต้องทุกอย่าง แม้ระดับอย่างที่พูดเมื่อกี้ว่า สารพิษแค่ถุงพลาสติกนี่ ถุงพลาสติกธรรมดา ถุงพลาสติกที่ใช้กันอยู่นี่ มันตั้งไม่รู้กี่ระดับของถุงพลาสติก ถุงพลาสติกที่เขาใช้แล้วเราไปเจอ เอามาล้างนิดหน่อยเท่านั้นก็ใช้ใหม่ได้ มี RECYCLE ง่ายที่สุด จนกระทั่งถึงพลาสติกที่ล้างก็ไม่ได้ แต่ต้องเอาไปหลอมใหม่ แล้วก็มาทำเป็นถุงพลาสติกอย่างใหม่ หรือแปรเป็นรูปใหม่ ก็ใช้วัตถุดิบนั้นแหละ ไปแปรอีก มาเป็นรูปพลาสติกรูปใหม่ใช้อีก มันก็เป็นลักษณะ RECYCLE ทั้งนั้น แต่มันอีกกี่ชั้น กี่ระดับ กว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปถึงขั้นว่าใช้ไม่ได้แล้ว ทำลายอย่างเดียว เพราะมันถึงขั้นขยะแท้แล้ว ต้องทำลายอย่างเดียว จะใช้อีกไม่ได้เลย อะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นความหมายพวกนี้ก็ตาม หรือแม้แต่ความรู้ที่อาตมายกง่ายๆว่า ขี้ไก่ ขี้หมูอะไร กองอยู่ตรงนี้ หรือขี้คนก็ตามเถอะ มันเป็นขยะแน่นอน แต่ถ้าย้ายมันไปไว้ใต้ต้นไม้ มันไม่เป็นขยะ มันเป็นปุ๋ย เป็นอาหาร อย่างนี้เป็นต้น ในระยะต้นๆนี้ ที่อันใดในโลกซึ่งเราไปเรียกมันว่าขยะ มันไม่ใช่ขยะเลยน่ะ นี่ต้องศึกษา และแม้แต่ในที่นี้เราต้องวิจัยวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ จะต้องวิเคราะห์วิจัยแยกธาตุมันออกมา อะไรต่างๆนานา อย่างนี้เป็นต้น มีตั้งเยอะตั้งแยะ แล้วความรู้ในเรื่องขยะนี่ ไม่ใช่เป็นเรื่องเล่นๆ แล้วจะต้องประกอบไปด้วยชีวิต สังคม ย่าน ภูมิประเทศ อะไรต่างๆอีกมากมาย ที่ต้องมีความรู้ ที่จะต้องขนย้าย ที่จะต้องเปลี่ยนแปลง ที่จะต้องจัดแจงให้มันอยู่ในสัดส่วน หรือให้อยู่ในมุมที่ ที่มันจะต้องมาเป็นประโยชน์คุณค่า หรือว่าจะต้องเอาไปทำลาย ไปทำลายที่ไหน อะไรต่างๆนานา แล้วไม่ใช่ขยะเพียงแค่ที่อาตมาพูดนี้เท่านั้น ไม่ใช่ขยะที่เป็นความหมายเพียงแค่นี้เท่านั้น หมายความถึงว่าในสภาพขององค์ประกอบ องค์ประกอบของบ้านของเรือน องค์ประกอบของการจัดที่ จัดทาง จัดบ้าน จัดเรือน จัดอะไรต่ออะไร ไว้ริมนั้นริมนี้ อย่างโน้นอย่างนี้ ลึกซึ้งขึ้นไปแล้วไปถึงด้านศิลปะด้วย คนที่ไม่มีศิลปะ นี่บ้านนี่จัดอย่างกับขยะ ห้องหับ สถานที่อย่างกับขยะ บ้านไหนที่ชอบซื้อของเอามาไว้บ้านแล้วไม่มีหัวศิลปะเลยนี่นะ โอ้! ห้องนี่เหมือนอย่างกับห้องขยะเราดีๆนี่เอง จริงๆน่ะ ทั้งปิด ทั้งติด ทั้งวาง ทั้งกอง ทั้งอะไรต่ออะไรนึกออกไหม นั่นคือห้องขยะ ห้องเก็บขยะ อย่างนี้เป็นต้น มันจะมีแนวลึกมากกว่านั้น กระทั่งพูดไปในความรู้ของคนทางด้านนามธรรม คนที่มีจิตเป็นขยะ อย่างไรที่ไปถึงขนาดโน้นเลย เอาละ ในนั้น ยกไว้ อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องระดับนั้น เอาแค่ระดับรูปธรรมหรือวัตถุธรรมพวกนี้กันเสียก่อนก็แล้วกัน ตอนนี้ อย่างที่มันอั้นที่สุด อื้อที่สุด ก็คือที่รู้กันง่ายๆดายๆ ตั้งแต่อุจจาระปัสสาวะหรือขี้ ขี้จริงๆ ที่มันเหม็นๆนี่ เราจะมีความรู้ในเรื่องเหล่านี้ เราจะเปลี่ยนแปลง หมุนเวียนใช้ประโยชน์คุณค่าอะไรของมัน จะต้องมีความสามารถหรือมีความรู้จริงๆ แล้วมีความรู้ที่จะ แหม แทนที่มันจะกลายเป็นเรื่องที่น่าเกลียดน่าชัง กลายเป็น แหม บ่อทอง เจอกรุขี้ที่ไหน กลายเป็นบ่อทองของเรา ต้องมีความเห็นอย่างนั้นเลย ต้องมีความเห็นอย่างนั้น ที่ในเมืองจีนนี่หลุมขี้ คือหลุมทองของเขาทั้งนั้นเลย โดยเฉพาะที่ชนบท ในชนบทพวกที่เพาะปลูกนี่ หลุมขี้นี้คือบ่อทอง อย่าไปยุ่งของเขานะ เขาทะเลาะกันเลยนะ อย่าไปยุ่งของเขา ของเขาบ่อทอง เป็นปุ๋ย เป็นสิ่งดีของเขาแท้ๆเลย แล้วเขาก็อยู่เย็นเป็นสุข เพราะว่าเขาใช้ปุ๋ยธรรมชาติ คือปุ๋ยอุจจาระ คนไทยนี่ โอ้โฮ! รังเกียจขี้ รังเกียจอะไรต่ออะไร ที่โน่นเขาเห็นเป็นธรรมดา รดขี้เป็นธรรมดา แล้วก็มันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ประหลาดด้วย ถ้าใครศึกษา ยิ่งศึกษาธรรมะด้วย อุจจาระมันก็คือปุ๋ยธรรมดา มันก็เคยหมุนเวียน ที่หมุนเวียนอยู่ในโลก แล้วมันก็เป็นเรื่องแท้ของมัน มันเป็นอาหารที่ดี พวกคุณกินผักพืชนี่ก็รดขี้ เหมือนสวนรวมบุญนี่รดขี้ อยากอ้วกก็ออกไปอ้วก เรื่องจริงน่ะ จริงๆ เบื้องหลังของผักงาม เอ้า เรื่องจริง นี่เราจะต้องรู้ว่า ขี้ไม่ใช่ขยะนะ ขี้คือปุ๋ยชั้นหนึ่ง ดีๆนี่เอง นี่เราจะทำอย่างไรจึงจะมีวิชาความรู้ ทำอย่างไรเราถึงจะมีขี้รับ แทนที่จะบอกไปทิ้ง เอาไปทิ้ง คนเอาไปทิ้งก็ไม่อยากจะเอาไปทิ้ง โอ้! กลายเป็นความรู้สึกที่รังเกียจ เพราะฉะนั้นต้องเปลี่ยนทั้งความรู้สึกและต้องมีระบบ มีทั้งวิธี เราจะเปลี่ยน เออ! ทำอย่างไร จะคิดอย่างไร ขี้แล้ว จะมีวิธีการหมุนเวียนถ่ายเทไปใช้ได้ เป็นประโยชน์อะไรต่ออะไร มันไม่ใช่ความรู้ตื้นๆน่ะ ต้องเป็นไป เขาจะยังไม่ตื่นตัว ช่างเขาเถอะ โลกจะยังเป็นไป แหม ไปหลงใหลในปุ๋ยเคมี ไปหลงใหลในสารพิษอะไร พวกนี้กันอยู่ เรื่องของเขา แต่ของเรานี่ เข้ามาหาสิ่งวนพวกนี้แล้วคิดดูซิ เราจะเจริญขนาดไหน แล้วเราจะถูกด้วย ทั้งถูกๆ ทำไม่แพง ไม่ผลาญ ไม่พร่า เจริญ มีอะไรต่ออะไร ที่จะหมุนเวียน มันก็ไม่ได้มีของแท้ของปลอมอะไร ถ้าเราเข้าใจสิ่งเหล่านี้อย่างถูกต้องแล้วมีวิธีการที่ดีงามตั้งแต่นี้ อาตมาว่าตั้งแต่เริ่ม แต่นั่นไม่ต้องพูดอะไรมาก เราจะมีปัญญาอย่างใด ที่จะสร้างสรรขึ้นนี่ ที่คนรังเกียจรังงอน รังเกียจจริงๆ แล้วเราจะสร้างจิตวิญญาณให้ไม่รังเกียจ แล้วเราจะแปรสภาพ หรือว่าจะไม่แปรสภาพ จะเอาไปใช้ดื้อๆ ก็ได้ ขี้นี่เอาไปใช้ดื้อๆ เป็นปุ๋ย คือขี้นี่ไม่ต้องไปแปรเปรออะไรมันนักหนา ใครว่ากี่เวลา กี่นาที กี่วัน หรือออกสดๆไปเลย หรืออะไรก็แล้วแต่ เราต้องศึกษาทั้งหมดเลย ขี้สดๆจะให้ประโยชน์เท่าขี้ที่หมัก เวลาเท่านั้นเท่านี้ ได้ขนาดเท่านั้นเท่านี้ หรืออะไรต่ออะไรต่างๆนานา ล้วนแล้วแต่จะต้องศึกษา แล้วทำสถิติให้เป็นวิชาการไปเลย แม้แต่เรื่องแค่นี้ นอกอื่นไม่ต้องห่วงเลย โอ้โฮ! ก็เศษกากอะไรต่ออะไรอีก เรียนกันต่อศึกษากันต่ออีก ทำอะไรให้เป็นคุณค่าเป็นประโยชน์ ไม่ต้องสูญเสีย แล้วสิ่งพวกนี้ เราไม่ต้องซื้อ เพราะเราตื่นตัวก่อนเขา ไม่ต้องซื้อ บ้านไหนก็จะให้ไปเอา ขี้บ้านไหนก็จะให้ไปเอา ขยะบ้านไหนก็จะให้ไปเอา ไม่ต้องซื้อเขาแล้วจะไม่เป็นมหาเศรษฐีได้อย่างไร ในเมื่อเราทำแปรสภาพหรือทำมันออกไปต่อเนื่อง ให้มันเป็นคุณค่า เป็นประโยชน์อะไรได้นี่ เราจะมีหน่วยงาน สำนักงานอะไรล่ะ ขยะวิเศษ สำนักงาน บริษัทขยะเจริญ ห้างหุ้นส่วนจำกัดขยะ จะมีอะไร มีไม้ไร่ ไม้หักกองสุม กองไม้เศษ ไม้พัง ติดต่อเรา ใครมีขยะสดขยะดิบติดต่อเรา ใครมีขยะชนิดนั้นชนิดนี้ ติดต่อเรา แล้วเราก็จะไปจัดแจงให้ อะไรต่างๆนานา อะไรพวกนี้ โอ๊ะ! ตั้งเป็นสำนักงานขึ้นมา แล้วมีคนงานจริงๆขึ้นมาทำจริงๆ แหม! อาตมาคิดค้นขึ้นมาช่วยโลก ช่วยสังคม แล้วก็จะเจริญงอกงาม จะอุดมสมบูรณ์ไม่รู้เท่าไหร่ พอพูดขึ้นมาเรื่อยๆ เล่ากันมาเรื่อยๆ นี่ชักเห็นทางบ้างไหม เป็นบุญน่ะ เป็นบุญช่วยโลกจริงๆ แต่โลกทุกวันนี้ นี่เกลียดชัง โลกทุกวันนี้ ดูถูกดูแคลนขยะ และอาตมาบอกแล้วว่า อะไรเรียกว่าขยะ แม้แต่ขี้ก็ยังไม่ใช่ขยะ ขยะจริงๆคืออะไร พอนึกออกหรือยัง เมื่อไหร่จะเป็นขยะจริงๆ มันยังไม่เป็นขยะจริงๆ ง่ายๆน่ะ ยังน่ะ เราจะพูดกันต่อไป แม้แต่เศษไม้ เศษไร่ ก็ตาม หรือเศษวัตถุดิบบางอย่าง เสร็จแล้ว เราบอกไอ้นี่มันไม่มีอะไรหรอก ต้องๆ มาเผาแล้วหละ เอ้า! เราจะเผาอย่างไร จึงจะเกิดคุณค่า อย่างน้อย ก็มาเอาเชื้อเพลิง พอได้เชื้อเพลิง มันก็จะเป็นขี้เถ้า เอ้า ขี้เถ้า นี่เป็นอะไรอีกล่ะ ด่าง แล้วจะแปรสภาพไปอีก ทำอย่างไรอีกต่อ น้ำด่าง เอาขี้เถ้ามาทำน้ำด่าง ทำอะไรไปอีก ยังไงได้อีก อะไรต่างๆนานา อย่างนี้เป็นต้น เราจะต้องวิเคราะห์วิจัยให้เป็นวิทยาศาสตร์ขึ้นไปกว่านั้น สกัดให้ดีๆ อะไรให้ดีๆ เสร็จแล้วเราเอาน้ำด่างมาใส่ขวด ขายกันต่อไปอีก ทำอะไรขึ้นไปอีก โอ๊ะ! อาตมาว่าอาตมาไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์มา ไม่ได้เป็นวิทยาศาสตร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive